1 พฤศจิกายน 2553

12 ความต่างของไพ่พยากรณ์ (๒/๒): ไพ่ทาโรต์ ไพ่ยิปซี ไพ่ออราเคิล และไพ่ป๊อก (Differences between Tarot, Oracle and Playing Cards - 2/2)

มาต่อกันในช่วงท้าย ในเรื่องของไพ่พยากรณ์แต่ละประเภทกันนะครับ
(คลิกเพื่ออ่าน บทความในช่วงแรก เน้นในส่วนของไพ่ป๊อกและไพ่ทาโรต์ และ บทความต่อเนื่องเพื่ออ่านเขียนและใช้ภาษาไทยและอังกฤษด้านไพ่พยากรณ์ให้ถูกต้อง)

ไพ่ออราเคิล (Oracle)

เนื่องด้วยคำว่า Oracle นี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยกันนัก ดังนั้นก่อนอื่นเรามาดูความหมายของคำนี้กันก่อนนะครับ ตามพจนานุกรมของสอเสถบุตรได้ให้คำแปลไว้ว่า คำทำนายปริศนา, ถ้อยคำที่พระผู้เป็นเจ้าดลบันดาลให้ปรากฎออกมา หรือถ้อยคำที่พระพุทธองค์หรือพระพุทธรูปดลบันดาลให้ปรากฎออกมา เช่น เซียมซี, เทพพยากรณ์; คนทรงเจ้า, ผู้ทำนายที่ศักดิ์สิทธิ์, สถานที่ทำการบูชาและเสี่ยงทาย และตามพจนานุกรมของ NECTEC's Lexitron Dictionary คือคำทำนาย, คำพยากรณ์ และผู้ให้คำปรึกษา และหากอิงตามความหมายจากพจนานุกรมภาษาอังกฤษอื่นๆ ตาม Cambridge, Oxford หรือของ Collins จะรวมความแล้วหมายถึง "ตัวบุคคล" คือผู้รอบรู้ผู้มีปัญญา หรือผู้ล่วงรู้อนาคต ตลอดจนถึงผู้ที่สามารถติดต่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ และยังสามารถหมายถึง "สถานที่" ที่บุคคลนั้นๆใช้ติดต่อกับสิ่งเหนือธรรมชาติ รวมทั้ง "สาร" ที่บุคคลนั้นๆสื่อออกมาก็ได้

ตัวอย่างไพ่อี้จิง ซึ่งเป็นไพ่ออราเคิลแบบหนึ่ง
สำรับไพ่ชื่อว่า I-Ching Holitzka
ไพ่ออราเคิลเป็นชื่อที่ใช้เรียกกันสำหรับกลุ่มสำรับไพ่ที่ถูกพัฒนาเพื่อใช้ในการพยากรณ์โดยตรง ใช้เพื่อดูดวง ทำนายอนาคต วิเคราะห์เรื่องราวหรือสภาวะจิตใจ ฯลฯ บางสำรับถูกดัดแปลงจากไพ่ป๊อกบ้างจากไพ่ทาโรต์บ้าง แต่ส่วนใหญ่มักจะถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ ด้วยการออกแบบไพ่ออราเคิลนั้นมีความอิสระสูง ไม่มีรูปแบบตายตัว ไม่จำกัดโครงสร้าง จึงไม่จำเป็นต้องมีแยกเป็นชุดใหญ่กับชุดเล็ก ไม่ต้องแยกตามชุด (Suits) หรือตามหมวดธาตุ (Elements) ไม่จำเป็นต้องมีชุดบุคคล (Court Cards) หรือแม้แต่ไม่ต้องมีแม้แต่ตัวเลขกำกับ หน้าไพ่แต่ละใบมีเพียงภาพหรือสัญลักษณ์เท่านั้น บางสำรับอาจมีเพียงข้อความสั้นๆโดยไม่มีรูปภาพใดๆก็ยังได้!!! ถึงกระนั้นไพ่บางสำรับอาจถูกออกแบบให้จัดแยกกันเป็นชุดๆหรือเป็นหมวดหมู่เฉพาะขึ้นมาใหม่ก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันด้วยรูปแบบที่อิสระกว่า ไพ่ออราเคิลนี้จึงไม่จำกัดวิธีการอ่าน แนวคิด กลุ่มบุคคล หรือสถานการณ์ที่ใช้ ฯลฯ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบของสำรับนั้นๆ ..ทว่าโดยส่วนใหญ่มักจะ
  • ได้รับการกำหนดเนื้อหาเฉพาะ (Themes) ของสำรับนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น ภูตพราย (Fairy) อี้จิง (I-Ching) สัตว์ทั้งในเทพนิยายหรือสัตว์ในโลกปกติ เหล่าเทพเทวดาต่างๆ (Angels หรือ Astral Beings) ที่อิงตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ ฮินดู ฯลฯ หรืออิงตามความเชื่อในแถบกลุ่มประเทศและวัฒนธรรมที่ต่างกันไป
  • มีกลุ่มเป้าหมายหรือเฉพาะ เช่น เจาะในประเด็นเรื่องความรักความสัมพันธ์เป็นหลักดังไพ่ทำนายรักที่เคยนำเสนอไป 
  • พัฒนาจากองค์ความรู้ของชนชาติใดชนชาติหนึ่งหรือวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่งไว้  
  • อย่างไรก็ตามบางสำรับอาจนำองค์ความรู้จากหลายๆวัฒนธรรมมาผสมเข้าไปในสำรับได้ด้วยเช่นกัน ผูกหลายเรื่องราว หรือครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย และแม้กระทั่งสามารถสะท้อนสภาวะจิตใจ ใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์ หรือใช้ในการทำนายพยากรณ์ทั่วไปเช่นเดียวกันกับไพ่ทาโรต์

ดังนั้นในทางกลับกันเราจึงสามารถกล่าวได้ว่า โดยหลักการแล้วไพ่ทาโรต์(ที่นำมาใช้ในการพยากรณ์) ก็คือไพ่ออราเคิลรูปแบบหนึ่งนั่นเอง เพียงแต่จัดเป็นไพ่ออราเคิลที่ได้รับการวางระบบไว้เป็นมาตรฐาน และได้รับความนิยมและรู้จักกันแพร่หลายทั่วโลกเท่านั้นเอง

สำหรับตัวอย่างสำรับไพ่ออราเคิลของคนไทยที่คุ้นๆกันก็อย่างเช่นไพ่พรหมญาณ หรือล่าสุดกับไพ่ออราเคิลชุดจุดเทียนของคุณสมบูรณ์สุข ซึ่งคาดว่าคงจะได้มีรีวิวไพ่ออราเคิลสำรับนี้ให้ได้อ่านกันเร็วๆนี้... รอติดตามชมกันนะครับ ;)

คลิกบทความไพ่ออราเคิล เพื่อชมรีวิวสำรับไพ่หรือรายละเอียดเพิ่มเติมของไพ่ออราเคิลในบล็อก "ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์" หรือดูตัวอย่างกลุ่มสำรับไพ่ออราเคิลบางส่วนเพิ่มเติมได้ที่ http://www.aeclectic.net/tarot/cards/oracles.shtml


ไพ่ยิปซี (Gypsy Cards)

เป็นคำเรียกที่เข้าใจกันคลาดเคลื่อนและอาจจะเฉพาะในหมู่คนไทย ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเข้าใจกันว่า "ไพ่ยิปซี" คือ "ไพ่ทาโรต์" ทั้งๆที่จริงๆแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ แต่ด้วยการอิงความเชื่อที่เล่าขานกันมาว่าชนเผ่าเร่ร่อนกลุ่มที่ถูกเรียกว่ายิปซี (บางแห่งอาจระบุความเกี่ยวพันถึงชาวโรมานี Romani ทว่าไม่ใช่ชาวโรมานีทุกกลุ่มจะถูกเรียกว่าชาวยิปซี) เป็นผู้เผยแพร่การใช้ไพ่พยากรณ์จากอินเดีย อียิปต์ ผ่านเข้าสู่ยุโรป จึงมีส่วนทำให้เรียกไพ่พยากรณ์ประเภทต่างๆเช่นไพ่ทาโรต์ว่าไพ่ยิปซีกันหมด ปัจจุบันความหมายของคำว่ายิปซียังอาจสื่อได้ในแง่ของสไตล์แฟชั่นการแต่งตัว แทนที่จะระบุถึงเชื้อชาติตามพื้นเพเดิมเพียงอย่างเดียว

ว่าไปแล้วประเด็นที่ว่าชาวยิปซีมีความชำนาญในศาสตร์พยากรณ์นี้เป็นเรื่องที่กล่าวถึงทั่วโลก จนได้ถูกนำมาใช้เป็นจุดขายในการโฆษณาสำรับไพ่ด้วยเช่นกัน ที่ทำให้ดูราวกับว่ามีสำรับไพ่พยากรณ์ที่ถูกออกแบบ และใช้ดูดวง ดูอนาคตกันในหมู่ชาวยิปซีจริงๆ เรียกกันว่า Gypsy Cards หรือ Gypsy Fortune Telling Cards และอีกหลากหลายชื่อที่คล้ายคลึงกันในภาษาต่างๆ ซึ่งไม่ว่าสำรับไพ่ยิปซีในกลุ่มนี้จะถูกสืบทอดมาจากชาวยิปซีจริงๆ หรือจะถูกขนานนามเพื่อสร้างจุดขายเท่านั้น แต่สำรับดังกล่าวก็ได้แตกเทือกเถาเหล่ากอพัฒนาต่อมาในประเทศแถบยุโรป ในขณะเดียวกันก็อาจจะมีระบบไพ่พยากรณ์ของพื้นที่นั้นๆ ผสมผสานเข้าไปด้วย จนพัฒนาเป็นระบบไพ่พยากรณ์ที่มีแนวทางการทำนาย มีองค์ประกอบ และโครงสร้างของระบบไพ่ รวมทั้งรูปร่างหน้าตาไพ่เฉพาะตัวตามแต่ประเทศหรือตามแต่สำรับไพ่นั้นๆ


สำรับไพ่ยิปซีที่คล้ายคลึงและอิงกันในกลุ่มนี้ เช่น พวก Sibilla, Kipper, Zigeuner หรืออย่าง Lenormand ที่เคยนำเสนอรีวิวสำรับหนึ่งแบบสั้นๆไป และยังมีรูปแบบอื่นๆอีกหลากหลาย... ไพ่พยากรณ์หรือไพ่ทำนาย (Fortune Telling Cards) ในแบบที่เรียกกันว่าไพ่ยิปซีกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่จะมีขนาดมาตรฐานที่ค่อนข้างเล็ก คือประมาณ 2.25x3.5 นิ้ว หรือประมาณ 56x88 มิลลิเมตร ตามขนาดของไพ่ป๊อกที่ใช้ในการเล่นเกมส์ไพ่อื่นๆ เช่น เกมส์ไพ่บริดจ์ (Bridge) และมักมีจำนวนไพ่ภายในสำรับ 32 หรือ 36 ใบ เท่ากับจำนวนไพ่ที่ใช้ในการเล่นเกมส์ไพ่ต่างๆของทางยุโรปซึ่งจะตัดไพ่บางใบของแต่ละชุด(Suit)ออกไป เช่น เกมส์ไพ่พิเกท์ (Piquet) ในขณะที่บางสำรับก็อาจมีจำนวนไพ่ครบ 52 ใบเท่ากับจำนวนไพ่ในสำรับไพ่ป๊อกปกติ เป็นต้น


สรุปความแตกต่างของไพ่พยากรณ์

สำรับ Russian Gypsy Fortune Telling Cards
กับวิธีการอ่านไพ่เฉพาะตัว ด้วยการหมุนไพ่แต่ละใบ
และอ่านความหมายไพ่เฉพาะสัญลักษณ์ที่ขอบไพ่ต่อเป็นรูปเต็มได้
ดังนั้นโดยสรุปแล้วหากจะให้จัดกลุ่มกันจริงๆ คำว่า "ไพ่ยิปซี" ดูจะเข้ากันกับความหมายของคำว่า "ไพ่ออราเคิล" มากกว่าที่จะนำไปใช้แทนคำว่า "ไพ่ทาโรต์" ครับ ดังนั้นในบทความที่ผ่านมาและต่อๆไปในอนาคตของเว็บบล็อก "ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์"นี้ จะใช้คำว่าไพ่ออราเคิลและไพ่ยิปซีสองคำนี้สลับกันไปมาบ้างนะครับ ส่วนคำว่าไพ่ทาโรต์ก็จะใช้เรียกต่างหากแยกออกไปเลย และหากจะลองนิยามคำว่า "ไพ่ออราเคิล" ให้เป็นภาษาไทย อาจเรียกกลุ่มไพ่เหล่านี้รวมๆกันว่า "ไพ่ทำนาย" หรือ "ไพ่พยากรณ์" คงจะดีกว่า มิเช่นนั้นเมื่อเรากล่าวถึงกลุ่มไพ่พยากรณ์ที่ใช้ศาสตร์ทางตะวันออกเข้ามาประยุกต์ด้วย เช่น อี้จิง (I-Ching) ว่าไพ่ยิปซีอี้จิง คงฟังตลกน่าดูว่าตกลงจะเอาชาติไหนกันแน่ :)

สุดท้ายที่อยากจะกล่าวถึง คือในส่วนของการพยากรณ์แล้ว ไม่ได้จำกัดว่าจำนวนไพ่เยอะกว่าจะให้คำตอบได้ดีกว่า ไม่ใช่ว่าไพ่ทาโรต์จะแม่นยำหรือครอบคลุมกว่าไพ่ออราเคิลหรือกลับกันไม่ใช่ไพ่ออราเคิลแม่นกว่าไพ่ทาโรต์ และไม่ใช่ว่าสำรับไพ่ออราเคิลหรือไพ่ทาโรต์ประเภทใดหรือสำรับหนึ่งสำรับใดจะดีกว่าสำรับอีกระบบหรืออีกประเภทหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยหลายประการ ทั้งความชำนาญของนักทำนาย สถานการณ์หรือเรื่องราวที่สนใจ ความชอบและอารมณ์ส่วนบุคคลทั้งของผู้ทำนายและผู้รับคำทำนาย ระยะเวลา สถานที่ สภาพแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ฯลฯ
Oracle of Shadows & Light
กับหน้าไพ่ในแบบที่คล้ายตุ๊กตาบลายธ์

ในทำนองเดียวกันจำนวนสำรับไพ่หรือประเภทสำรับไพ่ที่ใช้ ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความแม่นยำของผลการทำนาย บางท่านใช้เพียงสำรับเดียวประเภทเดียวก็ตอบได้ทุกคำถามทุกสถานการณ์ ขณะที่บางท่านใช้หลายสำรับหลายระบบหลายประเภทในการพยากรณ์ร่วมกันในคราวเดียวพร้อมกันก็ยังมี อาจจะเพื่อให้ได้แง่มุมที่แตกต่างหรืออาจจะเพียงแค่เพราะอารมณ์อยากใช้ก็ยังได้ ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าใครดีหรือด้อยกว่ากัน เรื่องแบบนี้คงต้องขึ้นอยู่กับสไตล์การทำนายของแต่ละคนนั่นล่ะครับ เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งคงจะไปถึงระดับที่ว่ามีไพ่ก็เหมือนไม่มี เหมือนหนังจีนกำลังภายในสุดท้ายแค่เพียงต้นอ้อก็ใช้แทนกระบี่ได้ หรือไม่มีแม้แต่ต้นอ้อหรือวัตถุใดๆก็ยังได้ ...อ้าว..ออกทะเลไปไกลซะงั้น :P ...ว่างๆไว้จะลองโพสท์ตัวอย่างการอ่านพร้อมกันสองสามระบบ คาดว่าคงจะมันส์ดีครับ

(อืม.. บทความนี้รู้สึกได้ฝากประเด็นที่จะเขียนงวดหน้าไว้เยอะเลย... เริ่มที่ตรงไหนก่อนดี???)
อ่านเพิ่มเติม »

26 ตุลาคม 2553

11 ความต่างของไพ่พยากรณ์ (๑/๒): ไพ่ทาโรต์ ไพ่ยิปซี ไพ่ออราเคิล และไพ่ป๊อก (Differences between Tarot, Oracle and Playing Cards - 1/2)

หลายท่านมักสับสนว่าไพ่พยากรณ์แบบใดที่เรียกว่าไพ่ยิปซี ไพ่พยากรณ์แบบใดที่เรียกว่าไพ่ทาโรต์ หรือบางท่านอาจเริ่มคุ้นๆหูกับศัพท์คำว่าไพ่ออราเคิล และตามที่ได้เคยเกริ่นๆไว้ในบทความไพ่พยากรณ์ก่อนๆ วันนี้คงต้องขอลัดคิวบทความอื่นเพื่อมาสาธยายให้ฟังกันคร่าวๆนะครับ

หมายเหตุ: กะว่าจะเขียนสั้นๆ ไปๆมาๆคงต้องขอตัดเป็นสองตอน เพื่อไม่ให้แต่ละบทความในบล็อกยาวจนเกินไปนัก ... อ่านบทความช่วงที่สองในส่วนของไพ่ยิปซีและไพ่ออราเคิลครับ


ไพ่ป๊อก (Playing Cards)

ตัวอย่างไพ่จีนยุคเริ่มแรก ที่มาภาพจาก
http://www.cs.man.ac.uk/~daf/i-p-c-s.org
ก่อนอื่นขอเริ่มที่ไพ่ป๊อกหรือไพ่ฝรั่งที่เราใช้เล่นกันตามปกติ (Playing Cards) ซึ่งเราๆท่านๆน่าจะรู้จักกันดี

หากว่ากันตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์นั้นแล้ว รากฐานดั้งเดิมของไพ่น่าจะถือกำเนิดมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 9 ในสมัยราชวงศ์ถังของจีน ซึ่งต่อมาก็ได้รับการเผยแพร่ไปทางประเทศแถบตะวันออกกลาง และเริ่มเข้าสู่ทางยุโรปในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 ซึ่งต่อมาก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาจนมีหน้าตาตามหน้าไพ่ในแบบที่เราพบเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน (อย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดในแง่ของรอยต่อระหว่างไพ่แต่ละยุคเหล่านี้) ... ส่วนการเรียก "ไพ่ฝรั่ง" แบบที่เรียกว่า Playing Cards นี้ว่า "ไพ่ป๊อก" คาดว่าคงมีเรียกกันเฉพาะในหมู่คนไทย และขอสันนิษฐาน(เอาเอง)ว่า ถ้าไม่เพราะเพี้ยนมาจากคำว่า "โป๊กเกอร์" (Poker) ก็คงมาจากการเล่นไพ่ป๊อกเด้งหรือไพ่ป๊อกแปดป๊อกเก้าตามนิสัยชอบพนันกันกระมัง ^_^

ไพ่ป๊อกมาตรฐานในปัจจุบันนี้ประกอบด้วยไพ่ทั้งหมด 52 ใบ โดยไม่นับรวมไพ่โจ๊กเกอร์ (Jokers) อีกสองใบ (ซึ่งเพิ่งจะได้รับการเพิ่มเข้ามาในภายหลังเมื่อไพ่เริ่มถูกเผยแพร่เข้าสู่อเมริกาช่วงศตวรรษที่ 19 นี้เอง) โดยสามารถแบ่งไพ่ทั้งหมดออกเป็นสี่ชุดหรือสี่ดอก (Suits) ได้แก่
  • โพธิ์ดำ (Spade) ♠
  • โพธิ์แดง หรือหัวใจ (Heart) ♥
  • ดอกจิก (Club) ♣
  • ข้าวหลามตัด (Diamond) ♦

โดยในแต่ละชุดประกอบด้วยไพ่ทั้งหมด 13 ใบ แบ่งเป็น
  • ไพ่แต้ม (Pip Cards) จำนวน 10 ใบ เรียงกันจาก Ace, 2, 3,... , 10 และ
  • ไพ่บุคคล (Court Cards) อีกชุดละ 3 ใบ ได้แก่ แจ๊ค (Jack) ♞, แหม่ม (Queen) ♛ และคิง (King) ♚

ขนาดของไพ่ป๊อกมาตรฐาน (Poker Size) คือ 2.5×3.5 นิ้ว หรือ 6.35×8.89 เซนติเมตร

สำหรับไพ่ป๊อกแล้วโดยส่วนใหญ่หน้าตาและตำแหน่งการจัดวางสัญลักษณ์ต่างๆบนหน้าไพ่จะคงรูปแบบไว้ตายตัว.. แต่ส่วนน้อยนั้นไว้คงได้นำเสนอในโอกาสต่อไปครับ ;)


ไพ่ทาโรต์ (Tarot Cards)

กล่าวกันว่าสำรับไพ่ทาโรต์นั้นได้รับการพัฒนามาจากไพ่ป๊อกในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 โดยเพิ่มไพ่ชุดใหญ่เข้าไปนอกเหนือจากไพ่สี่ชุดปกติของไพ่ป๊อกแบบเดิม จุดประสงค์หลักนั้นคือเพื่อใช้ในการเล่นเกมส์ไพ่ (รูปด้านข้างนี้เป็นภาพตัวอย่างของไพ่ที่ใช้เล่นเกมส์ไพ่ประเภทนี้ สามารถคลิกที่รูปเพื่อชมภาพขยายครับ) ต่อมาจึงได้ถูกนำมาใช้ในการดูดวงการพยากรณ์และพัฒนาเรื่อยมาจนเป็นสำรับไพ่ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันในปัจจุบัน ... ว่าไปแล้ว ตรงนี้ก็ไม่แน่นะครับ.. แม้ว่าโดยหลักฐานจะระบุการใช้ไพ่ทาโรต์ในการพยากรณ์เพิ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 แต่เดิมทีการที่ไพ่ได้รับการเผยแพร่หรือแนวคิดพัฒนาแรกเริ่มนั้นอาจจะมาจากการใช้เพื่อทำนายเป็นหลัก แล้วจึงเปลี่ยนเป็นเกมส์ไพ่ในภายหลังก็ได้.. ใครเลยจะรู้ :P

สำรับไพ่ทาโรต์ที่ใช้ในการพยากรณ์ที่คุ้นตากันดีคือ สำรับไพ่ทาโรต์ชุดไรเดอร์เวท (Rider Waite Tarot) บ้างก็เรียกว่าไรเดอร์เวทสมิธ (Rider-Waite-Smith Tarot) มักใช้คำย่อว่า RWS เพื่อเน้นให้เกียรติศิลปินผู้วาดสำรับนี้ด้วย (แนะนำบทความ ประวัติไพ่ทาโรต์ไรเดอร์เวทสมิธ และไพ่อนุสรณ์พาเมล่า) โดยสำรับไพ่ไรเดอร์เวทนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนกระทั่งหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าหน้าตาสีสันแบบนี้จึงชื่อว่าไพ่ทาโรท์..หน้าตาแบบอื่นไม่ใช่ก็มี ส่วนสำรับไพ่ทาโรต์แบบอื่นที่ได้รับความนิยมในอันดับรองลงมา แต่กลับไม่ค่อยแพร่หลายกันในประเทศไทยมากนักคือ ไพ่ทาโรต์ธ็อธ (Thoth Tarot) และไพ่ทาโรต์มาร์เซย์ (Tarot de Marseille)... ส่วนรายละเอียดแต่ละอันของไพ่ทาโรต์ทั้งสามระบบ ตลอดจนที่มาที่ไป จนถึงวิธีการอ่านและรูปแบบการทำนาย หากมีโอกาสจริงๆไว้คงค่อยๆทยอยเล่าให้ฟังกันทีละนิดแบบไม่เน้นประวัติศาสตร์จ๋าจนน่าเบื่อครับ (แต่คงจัดเป็นลำดับท้ายๆของบทความเลยล่ะครับ :P)

เปรียบเทียบ The Fool จากทั้งสามสำรับ ไรเดอร์, ธ็อธ, และมาร์เซย์ (คลิกที่รูปเพื่อขยาย)



นอกเหนือจากสามสำรับที่กล่าวไว้ข้างต้น ยังมีสำรับไพ่ทาโรต์อื่นๆที่ได้รับการออกแบบในอีกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักอิงโครงสร้างและระบบการอ่านการใช้งานตามสามสำรับข้างต้น แต่ไพ่ทาโรต์บางสำรับก็อาจพัฒนารูปแบบเฉพาะขึ้นมาใหม่โดยแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิม

สำหรับสำรับไพ่ทาโรต์ที่ออกแบบโดยคนไทยเราเองก็มีอยู่หลายสำรับเช่นกัน อย่างเช่น ไพ่เซียมซีพุทธ Tarot Roots of Asiaที่เคยนำเสนอไปแล้ว หรือหน้าตาไทยๆแบบสำรับ "ไพ่ทาโรต์ไทย" และไพ่สยามทาโรต์ เป็นต้น (สำรับอันหลังสุดนี้ผมยังไม่มีเลย -_-") อืม..คาดว่าโอกาสหน้าคงจะได้มีโอกาสนำเสนอไพ่สัญชาติไทยไว้ในบล็อกดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์ ให้ได้ชมกันครับ... ระหว่างนี้สามารถชมตัวอย่างและรายละเอียดรูปหน้าไพ่ทาโรต์หลายๆแบบ หรือเปรียบเทียบไพ่ทาโรท์ใบเดียวกันจากแต่ละสำรับ จากเว็บไซท์ต่างๆที่ได้รวบรวมไว้ในหน้ารวมเว็บไพ่พยากรณ์นี้ครับ

ไม่ว่าสำรับทาโรท์จะมีความหลากหลายอย่างไร ส่วนใหญ่ต่างมีโครงสร้างมาตรฐานในแบบเดียวกัน โดยแต่ละสำรับไพ่ทาโรต์นั้นจะประกอบด้วยไพ่จำนวนทั้งหมด 78 ใบ โดยแบ่งเป็น



ไพ่ทาโรต์ชุดใหญ่ (Major Arcana หรือ Trumps)

ประกอบด้วยไพ่จำนวน 22 ใบ โดยนิยมกำกับไพ่แต่ละใบถูกด้วยชื่อเรียกตามรูปหน้าไพ่และด้วยตัวเลขโรมันเรียงกันไปตั้งแต่ The Fool (หมายเลข O หรือไม่มีตัวเลข), The Magician (หมายเลข I),... ไล่เรื่อยไปจนถึง The World (หมายเลข XXI)

ไพ่ทาโรต์ชุดเล็ก (Minor Arcana)

ประกอบด้วยไพ่จำนวน 56 ใบ โดยไพ่ Minor นี้สามารถแบ่งเป็นสี่ชุด (Suits) ซึ่งโดยทั่วไปจะได้แก่
  • ดาบ (Swords) ⚔ 
  • ถ้วย (Cups หรือ Chalices) ☕
  • ไม้เท้า (Wands, Rods, Batons, Staves หรือ Clubs) ☤
  • เหรียญ (Pentacles, Disks หรือ Coins) ✪
โดยในแต่ละชุดประกอบด้วยไพ่ทั้งหมด 14 ใบ คือ
  • ไพ่แต้ม (Pip Cards) จาก Ace ถึง 10 และสำหรับไพ่ทาโรต์ในยุคหลังๆ ในบางกรณีเมื่อกล่าวถึงว่ามีแต่ Pips มักสื่อถึงกรณีที่หน้าไพ่แต้มไม่มีภาพประกอบอื่นใด นอกจากสัญลักษณ์ของชุดนั้นๆ เป็นหลัก
  • ไพ่บุคคล (Court Cards) อีก 4 ใบ ได้แก่ เด็กรับใช้หรือมหาดเล็ก (Page) ♟, อัศวิน (Knight) ♞, ราชินี (Queen) ♛ และราชา (King) ♚
แม้จะเป็นสำรับไพ่ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการเล่นเกมส์
แต่หากจะนำมาใช้ในการพยากรณ์ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด
.. กับสำรับ Jeu de Tarot พิมพ์โดย Grimaud
ด้วยรูปแบบการเรียงสัมภาษณ์ไพ่ที่ได้แนะนำไว้แล้ว
สัดส่วนของไพ่ทาโรต์โดยปกติจะมีขนาดส่วนยาวที่มากกว่าไพ่ป๊อกมาตรฐาน โดยไพ่ทาโรต์ส่วนใหญ่จะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า (ตัดมุมมน) ขนาดประมาณ 7x12 เซนติเมตร (บวกลบข้างละ 1 เซนติเมตรโดยประมาณแตกต่างกันไปตามแต่สำรับ) ... และยังมีบางสำรับที่รูปร่างเป็นวงกลม หัวใจ ฯลฯ


เกร็ดความรู้ไพ่ทาโรต์เพิ่มเติม
  • คำว่า Arcana เป็นรูปพหูพจน์ของ Arcanum แปลว่าศาสตร์เร้นลับหรือความรู้ในเรื่องที่ลึกลับซับซ้อนเกินที่บุคคลทั่วไปจะเข้าใจ ดังนั้นอาจแปลคำว่า Major Arcana และ Minor Arcana เป็นว่าความลับหลักและความลับย่อย ตามลำดับ
  • สำหรับไพ่ทาโรต์แล้ว ชื่อที่ใช้เรียก Major Cards ไม่จำเป็นต้องตายตัว และการเรียงเลขลำดับไพ่ก็อาจแตกต่างกันไปตามแต่สำรับ ..จุดหลักที่ต่างในเรื่องของลำดับไพ่คือใบที่ VIII และ XI โอกาสหน้าคงได้กล่าวถึงครับ
  • ในส่วนของ Court Cards ศัพท์ที่ใช้เรียกไพ่แต่ละใบยังแตกต่างกันไปตามสำรับด้วย บ้างเรียก Page เป็น Knave หรือ Valet (อ่านว่า "เนฟ" และ "วา-เล่" ตามลำดับ) หรือเปลี่ยน Page เป็น Princess ให้คู่กันกับ Knight ที่เปลี่ยนเป็น Prince รวมทั้งยังอาจจะสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งและความสำคัญไปมาภายในกลุ่ม Court Cards นี้
  • เช่นเดียวกัน ชื่อหรือศัพท์ที่ใช้เรียกไพ่แต่ละชุดนี้ (Suit) แตกต่างกันไปตามแต่สำรับ เช่น สำรับไพ่เก่าๆทางเยอรมันจะเป็นผลลูกโอ๊ค (Acorn) แทนไม้เท้า ใบไม้แทนดาบ กระดิ่งแทนเหรียญ และหัวใจแทนถ้วย เป็นต้น
  • ชุดไพ่ทั้งสี่ชุดในไพ่ป๊อกและไพ่ทาโรต์มักจะอิงตามธาตุทั้งสี่หรือฤดูกาลทั้งสี่ ยกตัวอย่างสำหรับไพ่ทาโรท์แล้ว โดยทั่วไปมักจะเป็น ดาบกับธาตุลม ถ้วยกับธาตุน้ำ ไม้เท้ากับธาตุไฟ และเหรียญกับธาตุดิน ..ทว่าการอิงเทียบเคียงกันระหว่างชุด ธาตุและฤดูกาลนั้น ก็แตกต่างกันไปตามแต่ระบบวิธีการทำนายที่ใช้ และยังต่างกันไปในแต่ละสำรับอีกด้วยเช่นกัน ...เดี๋ยวไว้โอกาสต่อไปคงจะได้นำเสนอรีวิวสำรับไพ่ Tarot Nova ที่เราเคยสัมภาษณ์ไพ่กันไว้ในคราวก่อน ซึ่งเป็นสำรับที่นำสัญลักษณ์ทั้งสี่ชุดของไพ่ทาโรต์กับสี่ชุดของไพ่ป๊อกมาโยงเกี่ยวพันกัน

ขอจบบทความในช่วงแรกเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ.. เดี๋ยวไว้เรามาต่อกันในช่วงที่สอง ในส่วนของไพ่ออราเคิล ไพ่ยิปซี และบทสรุปกันนะครับ

เพิ่มเติม:
อ่านเพิ่มเติม »

13 ตุลาคม 2553

39 การวางไพ่: สัมภาษณ์ไพ่ใหม่ (New Deck Interview Spread)

งวดนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศจากการรีวิวสำรับไพ่ทาโรท์ไพ่ยิปซี มาเป็นการนำเสนอรูปแบบการวางไพ่กันบ้างนะครับ ซึ่งคาดว่าการนำเสนอบทความในครั้งต่อๆไปในเว็บบล็อค ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์นี้ คงจะมีรูปแบบการจัดวางไพ่เรียงแบบแปลกๆใหม่ๆอื่นๆ ที่ได้รวบรวมและแปลมาจากคู่มือสำรับไพ่จากหนังสือไพ่ทาโรท์ต่างๆ หรือจากในเว็บไพ่ต่างประเทศ มานำเสนอให้ได้รับชมสลับกันไปกับเกร็ดความรู้อื่นๆ นะครับ (หมายเหตุ อันที่จริงเคยนำเสนอรูปแบบการเรียงไพ่ไปบ้างบางส่วน จากการรีวิวไพ่และคู่มือไพ่ของสำรับไพ่ทาโรท์เซียมซีพุทธ (Tarot Roots of Asia) ในครั้งก่อน ทว่ายังไม่ได้แสดงรายละเอียดหรือรูปแบบการใช้งานอย่างเป็นทางการซักเท่าไหร่นัก)

เพิ่มเติม แนะนำบทความ วิธีวางไพ่ทำนาย 3 ใบ, บทความความหมายไพ่ 3 ใบ แต่ละตำแหน่งไพ่ และแนะนำวิธีอ่านไพ่ แปลไพ่ ตั้งคำถาม เบื้องต้น


เกริ่นนำก่อนการสัมภาษณ์สำรับไพ่ (Introduction before interviewing card decks)

แน่นอนครับว่าเพราะสำรับไพ่พยากรณ์ไม่ใช่คนหรือสัตว์ ที่เราสามารถทำความรู้จักเรียนรู้กันได้ โดยการพูดคุยสัมผัสสื่อสารกันตามปกติธรรมดา เหมาะที่จะพูดคุยปรึกษากันแบบไหน ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร เรื่องอะไรคุยได้คุยไม่ได้ แต่เพราะว่าเป็นไพ่พยากรณ์ ซึ่งย่อมจะไม่สื่อออกมาทางภาษาพูดหรือภาษากายให้เราได้รับรู้กัน แต่สื่อได้ด้วยการสัมผัสใช้งานระหว่างผู้ทำนายและสำรับไพ่

http://www.myartprofile.com/Water-cat
ทว่าที่ผ่านๆมาเราๆท่านๆอาจเรียนรู้ไพ่แต่ละสำรับจากการใช้งานไประยะเวลาหนึ่ง แล้วจึงจะเรียนรู้บุคลิกเฉพาะของไพ่ชุดนั้นๆ (ไพ่มีบุคลิกจริงๆนะเอ๊า ^_^ ... หรือหากจะให้ขยายความในอีกมุมมองหนึ่ง คือความรู้สึกของเราที่มีหรือสะท้อนลงมาบนสำรับไพ่แต่ละสำรับนั้นย่อมแตกต่างกัน) ว่าไพ่ชุดใดเหมาะที่จะใช้กับคำถามแบบใด สถานการณ์แบบใด ลักษณะการให้คำตอบเป็นแบบไหน ดังนั้นหากเราสามารถสัมภาษณ์สอบถามไพ่ตรงๆไปเลย ย่อมสามารถย่นระยะเวลาในการทำความรู้จักกันให้สนิทชิดเชื้อกันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และสามารถพัฒนาการเรียนรู้และปรับปรุงการใช้งานของผู้ทำนายเองกับสำรับไพ่พยากรณ์นั้นๆได้ดียิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

รูปแบบการเรียงไพ่ที่จะนำเสนอนี้เป็นเสมือนการทักทาย ทำความรู้จักกับไพ่สำรับใหม่ๆ ที่เราเพิ่งจะได้มาหรือแม้แต่สำรับเก่าที่เก็บไว้นานแล้ว โดยรูปแบบการเรียงนี้ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องใช้กับสำรับไพ่ทาโรท์เท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนักทำนายต่อสำรับนั้นๆครับ เพราะที่ผ่านๆมาผมเองได้เคยลองใช้กับสำรับไพ่ยิปซีไพ่ออราเคิลอื่นๆ ไปบ้าง อย่างสำรับไพ่ยิปซีทำนายรัก (Love Pack) ที่เคยนำเสนอไป ก็ได้ผลโดยรวมไม่แตกต่างกันนัก

โดยสรุปจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ใช้งานรูปแบบการวางไพ่วิธีนี้มาพอสมควร เห็นว่าการเรียงไพ่พยากรณ์รูปแบบนี้เหมาะสำหรับสถานการณ์ เช่น
  • ไพ่พยากรณ์สำรับใหม่ ที่ได้มาโดยไม่ทันตั้งตัว (ซึ่งมักเป็นอาการที่เกิดบ่อยกับผู้ใช้และ/หรือผู้สะสมไพ่พยากรณ์ ที่ปิ๊งปั๊งและครอบครองไพ่ทันทีเพียงภาพหน้ากล่องหรือในเว็บไซท์ แต่ยังไม่ทันได้ศึกษารายละเอียดของสำรับไพ่ชุดนั้นๆ :P)
  • ไพ่พยากรณ์สำรับใหม่ ที่ก่อนจะได้มาก็ศึกษารายละเอียดมาดีแล้ว ว่าต้องโดนใจทายแม่น แต่พอสัมผัสไพ่หรือใช้งานจริง กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เกิดอาการตันมึนตึ้บ ทำนายอะไรไม่ได้
  • ไพ่พยากรณ์สำรับใหม่ ที่เปิดกล่องปุ๊บใช้งานได้ปั๊บ ทายได้แม่น แต่กลับรู้สึกว่าไม่สามารถดึงศักยภาพของไพ่ออกมาได้เต็มที่
  • ไพ่พยากรณ์สำรับเก่า ที่ใช้งานมานาน แต่จู่ๆก็รู้สึกเหมือนทำนายทายทักอะไรได้ไม่แม่น หรืออ่านไพ่ไม่ออกโดยไม่รู้สาเหตุ
  • ไพ่สำรับเก่าหรือไพ่สำรับใหม่ ที่ใช้งานได้เต็มที่ดีแล้ว หรืออ่านไพ่ได้ดีตั้งแต่เริ่มต้น แต่ต้องการพัฒนาการใช้งานระหว่างผู้ทำนายและสำรับไพ่นั้นๆให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก
  • ฯลฯ

ตำแหน่งและความหมายไพ่ ในการวางไพ่เพื่อสัมภาษณ์สำรับไพ่ใหม่ (Positions and their meanings of the New Deck Interview Spread)

การเรียงไพ่วิธีนี้ถูกนำเสนอโดยคุณ FireRaven จากเว็บบอร์ด Aeclectic
http://www.tarotforum.net/showthread.php?t=44573
ใช้ไพ่รวมด้วยกันทั้งหมด 6 ใบ โดยมีรูปแบบการจัดวางลำดับไพ่และตำแหน่งไพ่แต่ละใบดังนี้

****** 5 ****** 6 ******
********** 4 **********
****** 3 ****** 2 ******
********** 1 **********

สำหรับความหมายไพ่ในแต่ละตำแหน่ง ขอแปลแบบแอ๊บๆดังต่อไปนี้ :P

1. Tell me about yourself. What is your most important characteristic?

1. บอกฉันหน่อยซิจ้ะเกี่ยวกับตัวคุณไพ่เอง ว่าอะไรเป็นบุคลิกลักษณะเด่นเฉพาะตัวของคุณไพ่

2. What are your strengths as a deck?

2. ในฐานะสำรับไพ่แล้ว อะไรคือจุดเด่นจุดแข็งของคุณไพ่กันจ้ะ

3. What are your limits as a deck?

3. แล้วมีอะไรบ้างเอ่ย ที่เป็นข้อจำกัดของคุณไพ่

4. What do you bring to the table -- what are you here to teach me?

4. คุณไพ่จ๋า... แล้วคุณไพ่ต้องการนำเสนอหรือสอนอะไรให้กับฉันบ้างเอ่ย

5. How can I best learn from and collaborate with you?

5. แล้วฉันเองล่ะ ควรทำตัวอย่างไรบ้าง จึงจะสามารถเรียนรู้จากคุณไพ่ พร้อมทั้งสามารถร่วมมือกับคุณไพ่ได้อย่างเต็มที่ที่สุด

6. What is the potential outcome of our working relationship?

6. สุดท้ายแล้ว แนวโน้มผลสรุปที่เป็นไปได้จากสัมพันธภาพในการทำงานร่วมกันของเรา จะเป็นเช่นไรกัน

หมายเหตุ คำว่า "ข้อจำกัด" ในที่นี้ (รวมทั้ง “ข้อเด่น”) โดยส่วนตัวแล้วมักไม่ได้แปลความหมายว่าเป็นข้อจำกัดของสำรับไพ่นั้นๆนะครับ แต่จะสื่อถึงว่าเป็นข้อจำกัดของตัวผู้ทำนายเองที่ทำให้ใช้ไพ่สำรับนั้นๆไม่ได้ดีหรือเต็มที่เท่าที่ควรนัก ซึ่งอาจเกิดจากความรู้สึกและอารมณ์ของตัวเราเองที่มีต่อสำรับไพ่นั้น ในช่วง ณ เวลานั้นๆ.. ดังนั้นจึงไม่จำเป็นว่าข้อจำกัดของไพ่สำรับเดียวกัน จะเป็นไปในแบบเดียวกันทั้งหมดกับทุกคนหรือในทุกช่วงเวลา

ตัวอย่างการอ่านไพ่ในการวางไพ่เพื่อสัมภาษณ์ไพ่ (Examples of Tarot Deck Interviews)

ขอชี้แจงสั้นๆก่อนว่าการสัมภาษณ์ไพ่ที่นำเสนอนี้ เป็นความหมายและความรู้สึกระหว่างเจ้าของบล็อกกับสำรับไพ่ตัวอย่างเท่านั้น จัดเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล และความประทับใจส่วนตัวครับ ดังนั้นจึง
  • มิได้หมายความว่าไพ่สำรับตัวอย่างนี้ จะต้องดีหรือร้ายตามหน้าไพ่นั้นๆ ไม่สามารถนำมาตัดสินความแม่นยำหรือความแรงของสำรับไพ่ใดๆได้
  • มิได้หมายความว่าท่านอื่นๆจะรู้สึกกับไพ่ชุดเดียวกันนี้ในแบบเดียวกัน
  • ขณะเดียวกันหน้าไพ่ที่ออกมานี้เป็นความรู้สึก ณ เวลาที่สัมภาษณ์ไพ่เท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปหรือใช้งานไพ่บ่อยขึ้น หน้าไพ่ที่สะท้อนความรู้สึกออกมาย่อมอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ด้วยเช่นกัน
  • โปรดอ่านข้อควรระลึกในการใช้งานรูปแบบการเรียงเพื่อสัมภาษณ์ไพ่ท้ายบทความนี้เพิ่มเติม

บทสัมภาษณ์สำรับไพ่ทาโรท์ชาโดว์สเคปส์ (Interview with the Shadowscapes Tarot)

สำรับไพ่ทาโรท์ชุดนี้เพิ่งออกวางจำหน่ายไปเมื่อประมาณช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา คาดว่าอีกซักพักคงจะได้นำเสนอรีวิวสำรับไพ่ทาโรท์ Shadowscapes ชุดนี้ ให้ได้รับชมกันในเว็บบล็อกดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์ นี้นะครับ แต่ตอนนี้เรามาดูตัวอย่างคร่าวๆของการสัมภาษณ์ไพ่เป็นออเดิร์ฟกันก่อนดีกว่าครับ (หมายเหตุ: เริ่มอ่านบทความรีวิวชุดคู่มือพร้อมสำรับไพ่ทาโรต์ Shadowscapes Tarot ทั้งห้าตอน)

  • Major, Minor and Suits อาจจะด้วยความประทับใจส่วนตัวเป็นพื้นฐาน กับสำรับ Shadowscapes นี้ที่เฝ้ารอและเล็งมานาน แค่เริ่มต้น เปิดหน้าไพ่มา เห็นไพ่ชุด Major ไปแล้วซะ 4 ใบจากไพ่ทั้งหมด 6 ใบนี่ก็น่าสะดุดใจแล้วล่ะครับ
  • ไพ่ตำแหน่งที่หนึ่งและสอง ทั้งบุคลิกเด่นของไพ่ (Characteristic) และจุดแข็ง (Strength) ก็ชัดเจนครับ ทั้ง Magician และ Death (เพราะคงไม่มีอะไรเหมาะสมแสดงตัวตนของนักพยากรณ์หรือตัวสำรับไพ่พยากรณ์ได้ดีเท่าไพ่เมจิคเชี่ยน ยิ่งใบนี้แล้วให้ความรู้สึกในทำนองที่ว่าโดดเด่นไม่แคร์สื่อ) ส่วน Death ในตำแหน่งที่สองนั้น จัดเป็นหนึ่งในใบที่สวยงามและชอบมากในสำรับไพ่ทาโรท์ชุดนี้ครับ ส่วนตัวแล้วจึงถือว่าจุดแข็ง(Strength)ของสำรับนี้ “แรง” ใช้ได้ครับ
  • ขอข้ามไปอ่านไพ่ในตำแหน่งที่ 4 ก่อน คือส่วนสิ่งที่สำรับไพ่นี้นำเสนอให้ ที่ออกมาเป็น 7 of Cups นั้น ส่วนตัวแล้วผมชอบนิยามที่เว็บ Shadowscapes ให้ไว้ โดยเฉพาะคีย์เวิร์ดสุดท้าย 
    • "Indulging in fantasies, having too many options to chose from. Too many desires, some within the realm of reality, others...not so much. Unlimited possibilities." แปลได้ความว่า "ปลดปล่อยตนเองสู่ห้วงภวังค์แห่งจิตนาการ พร้อมสรรพด้วยทางเลือกอันหลากล้น พรั่งพรูด้วยความปรารถนาอันหลากหลาย บ้างล้วนเป็นไปภายในภพแห่งความเป็นจริง บ้างเป็นสิ่งที่พ้นสู่ภพภาวะที่หาใดจริงแท้ไม่ ความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด" 
    • ยิ่งจากหน้าไพ่ด้วยแล้ว เหมือนชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ไพ่ต้องการนำเสนอนั้น ไม่ใช่เพียงสิ่งที่จับต้องได้ หรือแนวคิดที่ยืนพื้นในครรลองและแบบแผนเดิมๆ แต่ยัง “ชี้” ให้เห็นถึงทางเลือกใหม่ๆที่พ้นจากพื้นฐานเดิมๆออกไป อื่นที่เป็นไปได้ทั้งในโลกจริงและโลกจินตนาการ (แหม.. ก็ดูตัวคุณเธอในรูปซิครับ ปราสาทดีๆมีไม่ไป จะไปปราสาทลอยฟ้า :P)
  • ตำแหน่งที่ 3 และ 5 ตรงนี้ผมขออ่านหน้าไพ่ควบเลยละกัน (ท่านอื่นๆจะอ่านไพ่ไล่ไปทีละใบตามลำดับตำแหน่ง แล้วค่อยอ่านควบโยงไพ่เชื่อมกัน ในภายหลังก็ไม่ผิดแต่อย่างใด) ข้อจำกัด (Limits) สัมพันธ์กับข้อที่ควรปรับปรุง ซึ่งได้ไพ่ The Hanged Man และ The Lovers คือ สมควรใช้เยอะๆ รักให้มากๆ ^_^ ไม่ควรยึดถือกับมุมมองแบบเดิมๆ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรถลำลึกจนลืมแบบแผน 
    • ยิ่งเมื่ออ่านรวมกับ Death ในตำแหน่งที่ 2 อันเป็นจุดเด่นของไพ่แล้ว ก็เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงรื้อทิ้งสิ่งเก่าๆ พัฒนาเติบโตบนเส้นทางใหม่ และเมื่ออ่านรวมกับตำแหน่งที่ 4 ไปอีก คือ 7 of Cups ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น คือควรปลดปล่อยตัวตนไปกับความรู้สึกสัมผัส ความรัญจวนใจ ปล่อยให้อารมณ์โลดแล่นดื่มด่ำลุ่มลึกลงไปสู่โลกแห่งจินตนาการสู่ห้วงแห่งความหฤหรรษ์ ความตื่นตาตื่นใจกับความรู้สึกที่ได้จากสำรับทาโรท์ชุดนี้ 
    • และจากหน้าไพ่ของตำแหน่งที่ 4 และ 5 คือ 7 of Cups + The Lovers ยังสามารถมองเป็นในการพัฒนาปรับปรุงการใช้งานกับไพ่สำรับนี้ สมควรประสานสอดคล้องกัน ระหว่างสองสิ่ง คือโลกจริง และโลกเหนือจริง (โปรดสังเกตมือที่ชี้ไปปราสาทลอยฟ้า ที่ราวกับจะชี้ไปยังไพ่ตำแหน่งที่ 5 The Lovers ยิ่งราวกับจะบอกถึงทิศทางที่ควรดำเนินไปมากยิ่งขึ้น)
  • สุดท้ายแล้วหากสามารถเรียนรู้ปรับปรุงตนได้ ... Page of Swords ไพ่ก็จะเป็นผู้ร่วมงานเป็นผู้ช่วยเหลือ ที่ทั้งอ่อนหวาน อ่อนโยน เอาใจใส่ แต่แฝงไปด้วยความแน่วแน่ เชื่อมั่น ตรงประเด็น และจริงใจครับ (แม้บางกรณีใบ Page of Swords อาจเแปลได้ว่าเป็นข่าวลับข่าวลวง... แต่เมื่อมองบริบทโดยรวมของตัวไพ่เองและไพ่โดยรอบแล้ว เป็นตามแนวทางที่ระบุด้านบน ซึ่งเป็นอีกแนวความหมายหนึ่งของไพ่ใบนี้ครับ) .. รวมทั้งจากภาพหน้าไพ่ดังกล่าว เรายังจะเห็นถึงพัฒนาการจากหงส์ดำที่บินร่อนค่อยๆเปลี่ยนกลายเป็นหงส์ขาว ที่ดูจะเห็นความก้าวหน้าหากเราได้ร่วมใช้งานอย่าง The Lovers ด้วยกันไป

อีกตัวอย่างคร่าวๆในการอ่านไพ่กับสำรับไพ่ทาโรท์โนวา (Interview with the Tarot Nova)

(หมายเหตุ: อ่านบทความรีวิวสำรับไพ่ทาโรต์โนวา (Tarot Nova))

จะเห็นได้เลยว่าแม้สำรับจะดูน่ารักแบบนี้ แต่หน้าไพ่ที่แสดงตัวตนของไพ่ชุดนี้ในตำแหน่งที่ 1 กลับออกมาทำนองว่าไม่ง่ายนักที่จะเรียนรู้ (5 of Pentacles) ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ครับ เพราะ ณ เวลาที่ได้สำรับไพ่ชุดนี้มานั้น ไม่ค่อยคุ้นมากนักกับทั้งหน้าไพ่ ที่ดูเหมือนจะรายละเอียดองค์ประกอบต่างๆน้อย แต่กลับแฝงไปด้วยสัญลักษณ์เล็กๆสอดแทรกอยู่ในรูป ทั้งจักรราศี สัญลักษณ์ดวงดาว หรืออักษรฮิบรูต่างๆ เป็นต้น.. ตลอดจนความน่ารักทั้งความน่าหลงใหลจาก 9 of Pentacles ในตำแหน่งที่ 4 ที่ถูกหยิบยื่นให้โดย Devil ไพ่ในตำแหน่งที่ 3 (The Devil ในหน้าไพ่นี้ไม่ได้ร้ายนะครับ ออกแนวยั่วยวนจนทำให้เขวซะมากกว่า) ที่เมื่อรวมกับตำแหน่งไพ่ที่ 2 คือ 4 of Cups ที่มากล้นจนเกินจะย่อยทัน... แต่หากยอมใช้เวลาหน่อย ค่อยเป็นค่อยไป ผลออกมาคุ้มค่าสมตามปรารถนาจริงๆ (9 of Wands และ 9 of Cups ในตำแหน่งไพ่ที่ 5 และ 6)

จุดที่น่าสังเกตอีกจุดของหน้าไพ่การสัมภาษณ์ Tarot Nova คือ ตำแหน่งสามใบบนสุดเป็นเลข 9 หมดเลย ^_^ ซึ่งตามความหมายของการได้เลข 9 ถึงสามใบในการเรียงไพ่หนึ่งครั้ง คือจะได้ข่าวสำคัญในไม่ช้า และพอมามองย้อนกลับไป ณ เวลานั้น ประจวบกับรูปแบบการเรียงไพ่วิธีนี้แล้ว..ดูจะเป็นไปตามนั้นเลยล่ะครับ เพราะภายหลังจากทำความคุ้นเคยกันได้ไม่นานก็ได้สำรับใหม่ทำนองที่มีสัญลักษณ์ต่างๆพวกนี้ ติดตามมาทันทีอีก 3 สำรับต่อเนื่องภายในเวลาเดือนเดียว (เลยไม่รู้ว่าตกลง 9 ถ้วยตรงบทสรุปนั่น ดีจริงรึเปล่าเนี่ย กรอบเชียว -_-")

หมายเหตุ: ตัวอย่างการอ่านไพ่รูปแบบการสัมภาษณ์ไพ่ด้วยการเรียงแบบนี้ สามารถหาได้ในกูเกิ้ลเลยนะครับ พิมพ์ว่า “New Deck Interview” น่าจะขึ้นมาอีกหลากเว็บไซท์หลายสำรับครับ

การวางใจและข้อควรระลึกในการสัมภาษณ์ไพ่พยากรณ์

    1. การเรียงไพ่เพื่อสัมภาษณ์ไพ่แบบนี้ไม่ใช่เพื่อเปรียบเทียบท้าทายหรือทดสอบพลังไพ่ว่าพลังไพ่ชุดใดสำรับใดดีกว่าสำรับใด และก็ไม่ใช่ทำเพื่อตรวจสอบว่าไพ่ดีหรือไม่ดี ไพ่สำรับใดแรงหรือไม่แรง สมควรจะทิ้งหรือขายต่อแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงผลการทำนายเฉพาะตัวของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้ไพ่และสำรับไพ่ชุดนั้นๆ โดยมีจุดประสงค์หลักคือเพื่อให้ผู้ใช้ไพ่คนนั้นๆ ได้ปรับปรุงพัฒนาการใช้งานไพ่สำรับดังกล่าวนั้นต่อไป เพราะในบางมุมมองของการใช้ไพ่พยากรณ์ การวางใจผิดไปเพียงนิดเดียว อาจจะเข้าข่ายต้องธรณีสารได้ ซึ่งย่อมไม่เป็นผลดีต่อผู้ที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการทำนายการพยากรณ์อย่างเราๆท่านๆที่อ่านกันอยู่นี้ซักเท่าไหร่นัก ตรงจุดนี้ต้องขออนุญาตขยายความนิดนึง;
      • การใช้งานไพ่ที่แตกต่าง เนื่องจากว่าในการใช้งานทำนายไพ่พยากรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะไพ่ทาโรท์ ไพ่ยิปซี หรือไพ่ออราเคิล ผู้ใช้ไพ่พยากรณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (จากที่เคยอ่านตามเว็บบอร์ดและเว็บไซท์ต่างๆ) หลายท่านใช้ในแนวทางที่สื่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทำนายไพ่เพื่อเป็นการดูดวง ดูอดีตหรือดูอนาคต บ้างก็มองไพ่เป็นดั่งครู ดั่งที่ปรึกษา หรือดั่งเพื่อนที่พูดคุยกัน ในขณะที่หลายท่านมองการอ่านไพ่ใช้ไพ่เป็นเพียงเครื่องมือสื่อในแนวทางเชิง จิตวิทยา เป็นต้น
        • ไพ่ยุคเก่า VS ไพ่ยุคใหม่ มีสมาชิกท่านหนึ่งของคลับกระดานชนวนบอร์ดพันทิป (คุณ Fluorine) ได้ให้มุมมองไว้น่าสนใจในทำนองว่า ในอดีตนั้นไพ่ทาโรท์ถูกใช้ในแนวทางชี้เป็นชี้ตาย เครื่องหมายและสัญลักษณ์ต่างๆ ทั้งศาสตร์และศิลป์ ถูกจัดวางและเรียบเรียงบนหน้าไพ่ เพื่อให้สื่อเข้าถึงกับตัวนักพยากรณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ทว่าในขณะที่ปัจจุบันสำรับไพ่และศาสตร์พยากรณ์ต่างๆได้ถูกพัฒนาไป ความรู้สึก อารมณ์ และสถานการณ์ทั้งผู้ทำนายและผู้รับคำทำนายล้วนแล้วแต่เปลี่ยนไปตามค่านิยม และสังคมโลก รูปแบบการใช้งานการพยากรณ์หลากหลายมากขึ้น เช่น การให้คำปรึกษา เป็นดั่งกระจกสะท้อนมายังตัวผู้รับคำทำนาย ความหมายและสัญลักษณ์ต่างๆบนหน้าไพ่ได้ถูกปรับเปลี่ยนขึ้นเฉพาะจนไม่เหลือ เค้าของความหมายเดิม .. เมื่อไพ่ถูกพัฒนามาในแนวทางดังกล่าว บทบาทเดิมจึงค่อยๆเลือนไป ทั้งนี้เราไม่ได้ตัดสินว่าการใช้งานรูปแบบใดจะดีหรือด้อยกว่ากัน แต่จุดสำคัญนั้นอยู่ที่ว่าผู้ทำนายมีความประสงค์จะใช้งานไพ่ในรูปแบบใด ที่จะสามารถสื่อเข้ากับตัวผู้ทำนายเองได้มากกว่า พึงปฏิบัติต่อไพ่พยากรณ์ตามแนวทางในรูปแบบนั้นๆด้วยเช่นกัน
          • คุณค่าและอรรถประโยชน์ของไพ่พยากรณ์ อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวแล้วผมขอเสริมว่า ไม่ว่าคุณจะใช้ไพ่พยากรณ์ไปในทิศทางเช่นใด หรือแม้แต่จะมองไพ่พยากรณ์ในมุมมองที่เป็นเพียงเครื่องมือหรืออุปกรณ์ก็ตาม อย่างน้อยอยากจะให้มองไพ่พยากรณ์ในแง่ที่เหมือนหนังสือดีๆเล่มหนึ่งครับ ที่เราควรให้ความเคารพในคุณค่าของหนังสือนั้นๆด้วย คนไทยเรามักจะสอนให้ไม่เดินข้ามหนังสือ ไม่วางหนังสือทิ้งเรี่ยราดในระดับเท้าที่ถือเป็นของต่ำ บางทีถูกสอนให้กราบหนังสือดีๆบางประเภทก่อนเริ่มอ่านด้วยซ้ำ เพราะแม้หนังสือนั้นๆจะเป็นเพียงแค่กระดาษ แต่ก็ถือว่าหนังสือเล่มนั้นๆ มีคุณค่าในตัวเองจากตัวหนังสือที่เรียบเรียงอยู่บนกระดาษนั้น ...และยิ่งเป็นไพ่พยากรณ์ที่ล้วนแล้วแต่อุดมไปด้วยสัญลักษณ์ทางพยากรณ์ ศาสตร์ต่างๆ ด้วยแล้ว ดังคำที่ว่าภาพๆเดียวนั้นแทนคำได้เป็นพันเป็นล้านคำ ตลอดจนการนำเนื้อความดังกล่าวไปใช้ทำนายช่วยบรรเทาทุกข์แก้ปัญหาทั้งตัว บุคคลและสังคมรอบข้าง ด้วยสาเหตุดังกล่าวประโยชน์และคุณค่าในทางพยากรณ์ศาสตร์ของไพ่แต่ละสำรับ ย่อมเกินที่จะกล่าวครับ (แน่นอนครับว่าในแง่อุปกรณ์ ไม่ว่าจะหนังสือหรือไพ่ก็ไม่ต่างอะไรไปจากมีดคมๆเล่มนึง ที่หากใช้ไม่ดีก็เป็นอาวุธ แต่หากใช้ให้ดีย่อมได้ประโยชน์)
          1. ตำแหน่งไพ่ จำนวนไพ่ และการจัดวางไพ่ รูปแบบการเรียงไพ่ที่นำเสนอในบทความนี้เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของแนวทางใน การเรียนรู้สำรับไพ่โดยใช้ไพ่หกใบ (เคยอ่านเจอรูปแบบการเรียงไพ่เพื่อสัมภาษณ์ไพ่แบบอื่น ที่ใช้ไพ่เพียงสามใบ .. ทว่าส่วนตัวแล้วรู้สึกการเรียงสัมภาษณ์ไพ่แบบหกใบนี้ค่อนข้างให้รายละเอียด ที่ลึกซึ้งและครอบคลุมชัดเจนกว่าครับ) .. ทว่าไม่ได้จำกัดว่าการเรียงไพ่เพื่อสัมภาษณ์สำรับไพ่จะต้องอิงตามนี้ทั้งหมด คุณสามารถปรับเปลี่ยนความหมายในบางตำแหน่ง เพิ่มลดตัดทอนจำนวนไพ่ที่ใช้ ประยุกต์ปรับปรุงใช้กับสถานการณ์อื่น หรือพัฒนารูปแบบใหม่ขึ้นมาเฉพาะตัวคุณเอง
          2. สำรับไพ่ตรงหน้าไม่ใช่ไรเดอร์เวท ย้ำตรงนี้อีกครั้งว่า การเรียงไพ่รูปแบบนี้จะใช้แต่ความรู้สึกหรือความหมายเดิมๆที่คุ้นเคยจากหน้าไพ่แบบไรเดอร์เวทเพียงอย่างเดียวคงจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก เพราะอย่าลืมว่าคุณกำลังสัมภาษณ์ไพ่สำรับที่อยู่ตรงหน้าคุณอยู่ ไม่ใช่สัมภาษณ์สำรับไพ่ทาโรท์ไรเดอร์เวท (Rider-Waite-Smith Tarot) หรือสำรับไพ่ทาโรท์ธ็อธ (Thoth Tarot) การอ่านไพ่จึงยังต้องขึ้นอยู่กับภาพหน้าไพ่หรือสัญลักษณ์ต่างๆที่แฝงอยู่ภายในหน้าไพ่ของสำรับนั้นๆจริงๆด้วย
          3. เชื่อมั่นและจริงใจกับความรู้สึกของตัวคุณเอง ที่สำคัญคือความรู้สึกของผู้ทำนายกับสภาวะหน้าไพ่นั้นๆ เพราะบางทีไพ่ใบเดียวกัน แต่ผู้ทำนายผูกพันกับไพ่ใบหนึ่งใบใดของสำรับนั้นๆเป็นพิเศษก็ได้ครับ..  และนี่คือการใช้งานของตัวคุณเองกับไพ่สำรับชุดนั้นๆ ไม่ใช่การใช้งานของบุคคลอื่น ความหมายที่คุณรู้สึกจึงอาจแตกต่างจากความหมายดั้งเดิมหรือความหมายของบุคคลอื่นก็ได้ .. การอ่านไพ่ทำนองนี้ จึงเสมือนเป็นแบบฝึกหัดในการอ่านสภาวะไพ่ได้ด้วยเช่นกัน (Intuitive Reading)
          4. ไพ่เก่าหรือใหม่ ไพ่ยิปซีไพ่ออราเคิลก็ใช้ได้ รูปแบบการเรียงไพ่เพื่อสัมภาษณ์ไพ่นี้ ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าต้องเป็นไพ่ใหม่เท่านั้น คุณสามารถสัมภาษณ์ไพ่สำรับเดิมที่คุณมีอยู่ได้ แม้แต่ไพ่ออราเคิลไพ่ยิปซีบางประเภทก็สามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ได้ด้วยเช่นกัน
          5. ช่วงระยะเวลา เช่นเดียวกันกับการอ่านไพ่พยากรณ์ทั่วไป ไพ่แต่ละสำรับคุณสามารถนำมาสัมภาษณ์กันได้มากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรจะเล่นสัมภาษณ์ไพ่กันทุกวันหรือทุกอาทิตย์.. อาจทิ้งช่วงไว้ระยะเวลาหนึ่ง สามสี่เดือนหรือปีนึง หรือเฉพาะเวลาที่คุณรู้สึกว่าไม่คลิกกันกับไพ่สำรับนั้นๆเหมือนดั่งเดิมเป็นต้น... ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขข้อตกลงเรื่องระยะเวลาและเรื่องอื่นๆ ตลอดจนการวางใจของคุณในการทำนายไพ่แต่ละครั้งด้วย .. ตรงนี้ขอเล่าประสบการณ์ส่วนตัวให้ฟังกันเล่นๆ ครั้งแรกที่ผมลองสัมภาษณ์สำรับไพ่ Golden Tarot ของ Kat Black ไปนั้นหน้าไพ่ออกมาดีมาก แต่พออีกไม่กี่เดือนต่อมาได้ลองสัมภาษณ์อีกครั้ง ผลออกมาโดยรวมก็ดีอยู่ แต่ไม่ดีมากๆเหมือนช่วงแรก ซึ่งสาเหตุนั้นไม่ใช่ว่าใช้งานไม่คล่องนะครับ แต่คาดว่าเพราะเค้าคงรู้ตัวว่ากำลังจะถูกขึ้นหิ้งไว้ก่อน เพราะผมต้องไปทำความคุ้นเคยกับสำรับอื่นๆที่กำลังได้มาใหม่ในช่วงนั้น ..แถมสภาวะหน้าไพ่ยังออกมาทำนองว่า ยังไงก็อย่าลืมกันนะ ฉันยังใช้ได้ดีอยู่เสมอ ยามเธอต้องการ T_T
          6. หากผลการสัมภาษณ์ออกมาไม่ดี หาข้อปรับปรุงไม่ได้เลยจริงๆ ไม่ได้หมายความว่าสำรับนี้ไม่เหมาะกับเรานะครับ เพียงแต่อาจยังไม่ถึงจังหวะเวลาก็ได้.. ไพ่อาจไม่พร้อม หรือเรายังไม่พร้อม ความรู้ยังไม่ดีพอ ยังควบคุมไพ่ไม่ค่อยได้ ดังนั้นอย่าเพิ่งรีบทิ้งหรือรีบยกไปให้ใคร อาจเก็บเข้ากรุไว้ซักพัก ...รออีกซักสองสามเดือน ค่อยมาสัมภาษณ์กันใหม่ครับ (เห็นบางคนเล่าว่าบางสำรับนั้นกว่าจะมาคลิกกันจริงๆก็ผ่านไปหลายปี คือก่อนหน้านั้นใช้งานอ่านไพ่แล้วไม่ได้ดังใจ.. แต่พอเวลาผ่านไปเริ่มคล่องขึ้นเรียนรู้มากขึ้น เมื่อกลับมาใช้สำรับไพ่นั้นใหม่ ..กลายเป็นสำรับประจำตัวไปเลยก็มี) อ่อ.. แต่ก่อนเก็บสำรับไพ่ใดเข้ากรุ หรือภายหลังจากนำสำรับไพ่ออกมาจากกรุแล้ว อาจล้างอะไรร้ายๆที่ติดมากับไพ่ หรือเสริมพลังไพ่ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การอาบแสงจันทร์ อาบกำยาน ธรรมปฏิบัติด้วยสมถะและวิปัสสนา ฯลฯ ดังที่เคยแนะนำไว้ในบทความเสริมพลังไพ่ทำนายนะครับ

          บทส่งท้าย

          การรีวิวไพ่ในเว็บบล็อค ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์ในครั้งต่อๆไป อาจจะมีภาพของการเรียงไพ่ในรูปแบบดังกล่าวประกอบด้วยนะครับ.. ดังนั้นตรงจุดนี้คงต้องขอบอกก่อนว่า ผลการสัมภาษณ์สำรับไพ่ที่แสดงไว้ด้านบนหรือที่จะนำมารีวิวในอนาคต ไม่สามารถนำมาใช้ตัดสินใจซื้อหรือขายสำรับไพ่นั้นแต่อย่างใด ทั้งนี้เนื่องจากผลการสัมภาษณ์สำรับที่ผมมีเกือบทั้งหมดนั้น.. ประทับใจดีเกือบทุกอันครับ

          ซึ่งขออธิบายกำกับไว้อีกนิดนึงด้วยว่าไม่ได้เจตนาจะกล่าวยกตัวหรือกล่าวเกินจริง เพื่อต้องการโฆษณาหรืออวยไพ่สำรับชุดหนึ่งชุดใดนะครับ เพราะ "ดี" ในที่นี้ คือ "ดี" ในมุมมองที่แตกต่างกันไปของไพ่พยากรณ์แต่ละสำรับ (เพราะไพ่แต่ละใบย่อมล้วนแล้วแต่มีดีและเสียด้วยกันทั้งนั้น ดังเคยแสดงในบทความทำนองคล้ายกันนี้ไว้แล้ว ในหัวข้อไพ่กลับหัว) รวมทั้งผมเองก็ต้องพัฒนาตัวเองกับการใช้งานไพ่แต่ละสำรับในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ซึ่งการได้เห็นข้อด้อยของตนเองในการใช้งาน พร้อมรู้จักค้นคว้าหาทางปรับปรุงตัวเองขึ้นได้ ย่อมถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้ทำนายครับ

          ส่วนการนำเสนอรูปแบบการวางไพ่ในครั้งต่อๆไป คงจะไม่ยาวระดับนี้แล้วครับ.. แต่งวดนี้นี่ต้องยาวหน่อย เพราะเน้นในเรื่องการวางใจวางหลักให้ถูกกับการทำนายไพ่พยากรณ์ครับ

          อ่านเพิ่มเติม »

          สั่งซื้อไพ่ทาโรต์ ไพ่ออราเคิล ไพ่ยิปซี จาก Amazon UK หรือ Amazon US