แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Magician แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Magician แสดงบทความทั้งหมด

12 มกราคม 2554

8 The Magician: Golden Tarot of Klimt (2/2)

มาต่อกันในช่วงท้ายของการเจาะประวัติความเป็นมาจากหน้าไพ่ The Magician จากสำรับไพ่ Golden Tarot of Klimt จากสำนักพิมพ์ Lo Scarabeo ในส่วนของเกร็ดความรู้และความหมายสัญลักษณ์ที่แฝงมาบนหน้าไพ่กันนะครับ ท่านที่พลาดบทความในช่วงแรกๆ สามารถตามอ่านได้ตามลิงค์นี้ครับ
ซึ่งเนื้อหาสาระในบทความด้านล่างนี้ คาดว่าคงเป็นประโยชน์ในหลายๆด้านต่อนักทำนายหลายๆท่าน โดยไม่จำเพาะว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีสำรับไพ่ทาโรต์ชุดนี้เท่านั้นครับ เนื่องจากสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการอ่านสัญลักษณ์ที่อาจปรากฏบนหน้าไพ่ทาโรต์ ไพ่ยิปซี หรือไพ่ออราเคิลชุดอื่นๆได้อีกครับ


เกร็ดความรู้และความหมายสัญลักษณ์ไพ่ทาโรต์ The Magician จากสำรับไพ่ทาโรต์ Golden Tarot of Klimt

  • เทพเจ้าไฮจีเอียหรือไฮเจียนี้ (Hygieia บางทีสะกดว่า Hygiea หรือ Hygeia) เป็นหนึ่งในบุตรสาวของแอสคลิเพียส (Asclepius บ้างก็สะกดว่า Asklepios หรือ Aesculapius ) ซึ่งเป็นเทพเจ้ากรีกในด้านการบำบัดรักษาสุขภาพและการแพทย์ (บางตำรารุ่นหลังๆ ยังกล่าวว่าเธอเป็นหนึ่งในภรรยาของ Ascelpius ด้วยซ้ำ) และจึงมีศักดิ์เป็นหลานปู่ของเทพอพอลโล (Apollo) เทพเจ้ากรีกชื่อดังที่เรารู้จักกันดีทั้งในด้านเทพเจ้าแห่งแสง พระอาทิตย์ ด้านปรัชญา ด้านการแพทย์ การทำนาย การพยากรณ์ การดนตรี ฯลฯ และเช่นเดียวกันกับบิดาของเธอ Hygieia เองก็ได้รับการนับถือในแง่เป็นเทพเจ้าในด้านพลังแห่งการรักษา สาธารณสุขและการแพทย์
  • ความแตกต่างระหว่าง Asclepius และ Hygieia คือ Asclepius จะเป็นเทพเจ้าในด้านบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ส่วน Hygieia จะเป็นในแง่ป้องกันก่อนการเกิดโรคและสุขภาพดีอย่างต่อเนื่อง.. และนั่นจึงเป็นรากศัพท์ที่มาของคำว่า Hygiene (อ่านว่า ไฮ-จีน) ที่แปลว่า สุขภาพ, สุขลักษณะ, สุขวิทยา, สุขอนามัยนั่นเอง

Bowl of Hygieia

Bowl of Hygieia
ภาพหรือรูปปั้นของเทพ Hygieia มักถูกนำเสนอพร้อมกันกับงูในลักษณะท่าทางกำลังดื่มของเหลวจากถ้วยอยู่ .. โดยความหมายในเรื่องนี้อาจเป็นได้ทั้ง (ความเห็นส่วนตัวแปลๆปนๆความเห็นเว็บอื่นๆนะครับ)
  • ไฮจีเอียเป็นเพียงผู้ถือถ้วยยาเท่านั้น ส่วนงูเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะดื่มหรือไม่ อันอาจสื่อได้ถึงความใส่ใจและทางเลือกอันอิสระของบุคคลว่าจะใช้ปัญญาตัดสินเลือกวิถีทางแบบใด รวมถึงการอดทน คิดพิจารณาให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจ(ที่จะดื่มหรือไม่)
  • งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานอยู่ตามพื้นดิน สื่อได้กับเหล่าคนตายหรือบรรพบุรุษที่ทับถมกันอยู่นั้น อันยังหมายถึงความรู้ที่สั่งสมกันมานาน การเชื่อมต่อกับงูจึงยังหมายถึงการรับพลังจิตวิญญาณเหล่านั้น มาใช้ในการช่วยเหลือตัดสินใจต่างๆ ขณะเดียวกันยังสื่อได้ถึงการ "ติดดิน" คือสามารถนำไปใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงความคิดเพ้อฝันลมๆแล้งๆ
  • การอยู่ร่วมกันระหว่างไฮจีเอียและงู ยังหมายถึงการอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองและเข้าใจในโลก
  • งูในแง่ของกิเลสตัณหา ที่ไฮเจียคอยจับข่มไว้ โดยที่ถ้วยดังกล่าวไม่ใช่ถ้วยยา แต่เป็นถ้วยที่มีหน้าที่ไว้รองรับพิษงูที่รีดออกมา .. อันสื่อได้ถึงความสามารถในการรีดเค้นปัญญาออกมาใช้งาน รีดขจัดความชั่วร้ายนั้นออกไปให้หมดพิษสง หรือปรับเปลี่ยนสิ่งชั่วร้ายให้กลายเป็นยารักษาวัคซีนป้องกันแก้พิษ
  • การจับงูของไฮเจีย ย่อมต้องหมายถึงความระมัดระวัง การควบคุมดูแลเอาใจใส่ พลังความสามารถ ตลอดจนการใช้สติและสมาธิในการควบคุมที่ต้องเหนือยิ่งกว่างู
  • น้ำที่อยู่ในถ้วยนั้น นอกจากจะสื่อถึงยารักษาหรือพิษที่รีดออกมาแล้ว บางครั้งยังสื่อไปถึงน้ำจากแม่น้ำ Lethe (หรือเรียกว่า Oblivion) ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าแม่น้ำแห่งโลกวิญญาณที่ผู้ดื่มจะลืมเรื่องราวต่างๆในอดีต ก่อนที่จะกลับมาเกิดยังโลกมนุษย์
  • สัญลักษณ์ Bowl of Hygieia มักนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ทางด้านเภสัชกรรม โปรดอย่าสับสนกับภาพงูหนึ่งตัวพันไม้เท้าของเทพ Asclepius ซึ่งมักนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ทางการแพทย์อยู่บ่อยๆ และภาพของงูสองตัวพันไม้เท้ามีปีกที่เรียกว่า Caduceus ซึ่งเป็นไม้เท้าของเทพเฮอร์เมส (Staff of Hermes) ที่สื่อในแง่การค้าขาย นักพนันหรือหัวขโมย แต่บางครั้งสัญลักษณ์ Caduceus นี้ กลับถูกอ้างอิงแบบผิดๆ เป็นสัญลักษณ์ทางการแพทย์ไป
  • เรื่องความหมายของสัญลักษณ์งู ทั้งในความหมายทั่วไปหรือในแง่ของไพ่ทาโรท์ยังมีอีกหลายประเด็นให้นำเสนอ เช่น งูในแง่ของปัญญา งูกับอาดัมและอีฟ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเคยทราบกันดีอยู่แล้ว จึงขอละไว้ในฐานที่เข้าใจนะครับ แต่อย่างไรโอกาสต่อๆไป คงค่อยๆเล่าสอดแทรกไปตามเนื้อหาบทความที่จะนำเสนอในเว็บ ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์ แล้วกันนะครับ ;)


ความหมายและข้อเปรียบเทียบระหว่าง The Magician ใน Golden Tarot of Klimt และ Hygieia จากภาพ Medicine ของ Klimt

หมายเหตุ: ภาพไฮจีเอียโดยคลิมต์แบบชัดๆมีสีสัน สามารถชมได้ในบทความก่อนนี้ (คลิก Hygieia Medicine by Gustav Klimt)
  • เสื้อคลุมสีแดงสดใสที่ The Magician สวมใส่อยู่ สื่อได้ถึงแรงขับภายในของ The Magician คนนี้ พร้อมด้วยลวดลายบนตัวเสื้อ ที่ผลงานเดิมของ Klimt นั้นดูราวกับรากไม้อันสื่อถึงรากเหง้าความรู้จากบรรพบุรุษ คนรุ่นก่อนอันคล้ายกับที่ระบุในสัญลักษณ์งูข้างต้น ซึ่งใน Golden Tarot of Klimt ยังคงบางส่วนไว้ในรูปของลายเถาวัลย์ไม้เลื้อยเป็นต้น
  • หางงูที่ขดม้วนเป็นก้นหอย หรือการร้อยรัดของงูบนท่อนแขนของไฮจีเอีย ยังอาจสื่อได้ถึงปัญญาที่ไม่สิ้นสุด แต่ขณะเดียวกันยังอาจสื่อได้ถึงกิเลสตัณหาที่พัวพันกันอยู่อย่างไม่สิ้นสุดเช่นกัน
  • หัวงูที่จมลงไปในถ้วยในภาพดั้งเดิมของ Klimt ที่พร้อมจะดื่มยาในถ้วย(หรือพร้อมจะถูกรีดพิษลงถ้วยก็ตาม) และหัวงูที่ไม่จมลงไปในชุด Golden Tarot of Klimt ที่ดูเหมือนจะยังรอความพร้อมในการตัดสินใจ
  • รูปแม่น้ำทั้งสองฟาก ถูกตัดออกและปรับเปลี่ยนให้เป็นลายเส้นก้นหอย สามเหลี่ยม รวมทั้งพื้นผิวลวดลายต่างๆ ที่ยังพอจะสามารถคงอารมณ์อันสับสนและหลากหลายของแม่น้ำแห่งชีวิต (River of Life) ในฝั่งซ้ายมือทางด้านหลังของ Hygieia และความโล่งว่างทางขวามือด้านหลังของ Hygieia
  • ประเด็นอื่นๆที่น่าสนใจ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการอ่านภาพและการพยากรณ์ ..คงไม่มีเฉลยหรือเปิดประเด็นให้ยาวนะครับ (จริงๆคือเจ้าของบล็อกขี้เกียจแล้วนั่นเอง :P) แต่ขอฝากไว้ให้ได้พิจารณากัน เช่น ทรงผมของไฮจีเอีย สร้อยคอแบบ Choker และเครื่องประดับอื่นที่ไฮจีเอียสวมใส่ ท่าทางการวางมือของไฮจีเอีย ทำไมต้องเป็นมือซ้ายจับถ้วย ส่วนมือขวาใช้จับงู ทำไมงูจึงต้องพันที่แขนขวา ฯลฯ

The Magician, The Chariot และ Judgement

ข้อวิจารณ์ของภาพ Medicine ของ Klimt ยังจัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นหลักที่น่าสนใจและน่าพิจารณาอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการนำองค์ประกอบของภาพโดยรวมทั้งหมดมาใช้ในการแปลความหมายไพ่ทาโรท์ชุดเมเจอร์ทั้งสามใบดังกล่าว จากสำรับไพ่ Golden Tarot of Klimt ชุดนี้
ภาพถ่ายเต็มของ Medicine
(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)

การจัดวางไพ่ตามผลงาน Medicine
ได้แก่ The Chariot และ Judgement
โดยมีไพ่ The Magician วางด้านล่าง

The Magician

  • Hygieia หันหลังให้กับเหล่ามวลมนุษยชาติ สะท้อนถึงความล้มเหลวทางด้านการแพทย์ ทั้งในด้านการรักษาและการลดอัตราการเสียชีวิต รวมถึงการไม่แยแสต่อการให้ความช่วยเหลือต่างๆ (หมายเหตุ: ตรงนี้ต้องแยกให้ออกกับการวางอุเบกขาตามหลักพุทธนะครับ เพราะสีหน้าของไฮเจียตามภาพนั้นไม่ได้บ่งบอกในแง่การวางใจเป็นกลางอย่างเข้าใจโลกแบบนั้น)
  • สีแดงและสีทองบนชุดของ Hygieia ยังสะท้อนถึงความสนใจในความโดดเด่นเฉพาะตนเอง และสีหน้าที่เชิดหยิ่งที่มองเฉพาะสิ่งที่อยู่เฉพาะหน้าด้วยความเหยียดหยัน

The Chariot and Judgement

  • แม่น้ำแห่งชีวิต (River of Life) ทางด้านหลังทางซ้ายของไฮจีเอีย อันประกอบไปด้วยร่างกายคน(และความตาย..จากรูปโครงกระดูก)ที่เลื่อนไหลไป ซึ่งได้ถูกปรับมาเป็นไพ่ Judgement ในสำรับไพ่ทาโรต์ชุดนี้
  • สัญลักษณ์แห่งการดำรงชีวิตอยู่ ที่แทนโดยภาพหญิงสาวที่มีทารกเกิดใหม่อยู่ปลายเท้าด้านหน้า ซึ่งได้ถูกปรับมาเป็นไพ่ The Chariot โดยตัดรูปเด็กทารกออก ให้หญิงสาวยืนบนรถศึกแทน โดยมือซ้ายถือไม้เท้าชูขึ้นพร้อมเส้นสายที่เหมือนแส้คอยฟาดม้าให้เร่งฝีเท้าเร็วขึ้น และมือขวาที่คุมสายบังเหียนในลักษณะงอแขนพับเข้ามาแนวช่วงไหล่...ในขณะที่หน้าของหญิงสาวเบือนไปในทิศทางตรงกันข้ามกับแม่น้ำแห่งชีวิตนั้น ราวกับรังเกียจสมเพชเวทนาหรืออิดหนาระอาใจกับการเวียนตายเกิดของเหล่าผู้คน ขณะเดียวกันทารกที่ปลายเท้ายังอาจสื่อได้ถึงความไม่แยแสต่อชีวิตที่กำลังเริ่มต้นใหม่ได้อีกด้วยเช่นกัน
  • ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เชื่อมต่อระหว่างสัญลักษณ์ทั้งสอง คือ แม่น้ำแห่งชีวิตและสัญลักษณ์แห่งการดำรงชีวิตอยู่นั้น กลับมีเพียงมือที่ยื่นออกไประหว่างชายหนุ่มและหญิงสาวเท่านั้น อันอาจสื่อถึงความสามารถที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้มีผู้รอดได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
  • จากการนำภาพหญิงสาวที่ยื่นมือในผลงาน Medicine มาปรับใช้เป็นไพ่ The Chariot คงพอจะสื่อให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ การยื่นมือช่วยเหลือ ประกายแสงสว่างที่ทอดทอพาดผ่านดังความหวังที่ถูกชี้นำทางฝั่งซ้ายของหญิงสาว ความกล้าเผชิญกับความกลัวอุปสรรคและปัญหา ฯลฯ
  • ในขณะที่หน้าไพ่ Judgement ที่ถูกปรับมาจากภาพ River of Life ในผลงาน Medicine ดังกล่าวยังสื่อให้เห็นได้ว่าแม้แต่ความตายก็ยังเป็นแค่เพียงอีกหนึ่งเรื่อง ราวที่ร่วมไหลวนเวียนไปในวัฏจักรชีวิตนั้น มีทั้งผู้ยอมรับต่อการตัดสินอย่างเต็มใจ ผู้ที่ได้แต่เคลิ้มฝันไม่สนใจสิ่งเปลี่ยนแปลงใดรอบข้าง ผู้ที่ทนกล้ำกลืนฝืนใจและหวาดผวาเกรงกลัวที่จะเผชิญหน้า ตลอดจนผู้ที่กล้าฝืนชะตากรรมจากคำพิพากษาเหล่านั้น ฯลฯ 
  • หมายเหตุ: ไพ่ทาโรต์เมเจอร์สองใบข้างบนนี้ไม่ได้เจาะรายละเอียดภาพอะไรนะครับ เพราะตามหัวข้อบทความก็เน้นที่ Magician ครับผม ..ทว่าลองดูภาพเปรียบเทียบกับรูปเต็ม คงพอเข้าใจได้ไม่ยากครับ

บทส่งท้าย Medicine & Golden Tarot of Klimt

  • ซึ่งแน่นอนองค์ประกอบภาพและสัญลักษณ์แฝงต่างๆเหล่านี้ ย่อมไม่เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์กรุงเวียนนาที่กำลังอยู่ในยุคเฟื่องฟูจากความสำเร็จในการค้นพบต่างๆในขณะนั้น .. ทั้งนี้ยังไม่นับรวมไปถึงข้อวิจารณ์เรื่องของภาพเปลือยต่างๆในผลงานชุดดังกล่าวอีกด้วย
  • อีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นไปได้ที่ทำให้ Klimt สร้างสรรค์ผลงานชิ้นดังกล่าวในแง่ที่(น่าจะ)สื่อถึงความล้มเหลวทางการแพทย์ อาจเกี่ยวเนื่องกันกับประสบการณ์ส่วนตัวที่พบเห็นน้องสาวและพี่สาวเสียชีวิตตั้งแต่เยาว์วัย รวมทั้งการเสียชีวิตของบิดาและมารดาเนื่องจากขาดการสาธารณสุขที่ดีในสมัยนั้นก็เป็นได้ ทั้งนี้ยังอาจรวมถึงอิทธิพลของศาสตร์ด้านจิตวิทยาโดยซิกมุนด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) นักจิตวิทยาชื่อดังชาวออสเตรีย ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาและสถานที่(คือกรุงเวียนนา)เดียวกันกับ Klimt แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชัดเจนว่าทั้งคู่รู้จักหรือเคยพบกันเลยก็ตาม


เป็นอย่างไรกันบ้างครับ... พอทราบประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ความหมายแฝงของสัญลักษณ์ต่างๆ รวมถึงบริบทรอบๆอื่นๆเช่นนี้แล้ว พอจะแปลความหมายหรือนำไปประยุกต์ใช้กับการทำนายและอ่านภาพหน้าไพ่ของสำรับไพ่ทาโรต์ Golden Tarot of Klimt จาก Lo Scarabeo ชุดนี้ หรือสำรับไพ่ทาโรต์และไพ่ยิปซีชุดอื่นๆ ได้เช่นไรกันบ้างครับ
อ่านเพิ่มเติม »

5 มกราคม 2554

2 The Magician: Golden Tarot of Klimt (1/2)


ก่อนอื่นขอสวัสดีปีใหม่ทุกท่านที่แวะเยี่ยมชมเว็บบล็อก ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์ นะครับ ด้วยบทความนี้ถือเป็นบทความแรกของปีใหม่ ๒๕๕๔ นี้ งั้นเราขอเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นแนวเกร็ดความรู้บนหน้าไพ่กันบ้างครับ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้จำเจซ้ำซาก มีอะไรใหม่ๆ กับเนื้อหาที่ได้รวบรวมขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะสำหรับเว็บดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์นี้เท่านั้นครับ

เริ่มแรกของบทความแนวนี้ขอเปิดตัวด้วยไพ่ทาโรต์ Golden Tarot of Klimt ที่หน้าตาสวยๆแต่แปลกๆ ที่เราได้รีวิวสำรับไพ่กันไปในปีก่อนนะครับ (คลิก Review ไพ่ทาโรต์ Golden Tarot of Klimt) เพราะดังที่ได้เคยเกริ่นไว้ในบทความก่อน ภาพหน้าไพ่ทาโรต์ชุดนี้ค่อนข้างอ่านไพ่ได้ยาก สาเหตุหลักนั้นก็เนื่องจากภาพหน้าไพ่ไม่ได้รับการออกแบบมาโดยตรงเพื่อนำมาใช้เป็นสำรับไพ่ทาโรท์ เพียงแต่นำผลงานของคลิมต์มาดัดแปลงให้เข้ากับความหมายไพ่(ตามแนวไพ่ทาโรต์ไรเดอร์เวท) ซึ่งประเด็นนี้สามารถมองได้ในสองด้านโดย
  • ในแง่หนึ่งนั้น แม้แต่ภาพผลงานศิลปะของคลิมต์เพียงอย่างเดียวล้วนๆ ยังแฝงความหมายและนัยยะลึกๆบางอย่างเข้าไป ยิ่งเมื่อผนวกกับการนำมาประยุกต์ให้เข้ากับความหมายไพ่ทาโรต์อีกด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนกับทำให้ต้องแปลความตีความหมายไพ่ไปสองชั้น 
  • ทว่าในอีกแง่หนึ่งนั้นอาจมองได้ว่าภาพของคลิมต์นั้นสื่ออารมณ์ที่สามารถแปลสภาวะออกมาคล้ายดังสภาวะไพ่นั้นๆได้โดยตรงอยู่แล้ว หากสามารถอ่านภาพหน้าไพ่นั้นๆหรือทราบความหมายภาพดังกล่าวย่อมส่งผลให้แปลความออกมาได้ทันที... แต่ทั้งนี้คงยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า เรายอมรับความถูกต้องในการคัดเลือกรูปภาพมาใช้แทนหน้าไพ่แต่ละใบของผู้สร้างสรรค์ไพ่ชุดนี้ด้วยเช่นกัน (ซึ่งจุดนี้ยิ่งแตกต่างจากสำรับไพ่ที่ศิลปินได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการทำนายโดยตรง)

แต่ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุใดก็ตาม การทราบที่มาที่ไปประวัติความเป็นมาของผลงานภาพหน้าไพ่นั้นๆ ย่อมช่วยให้เราได้เข้าใจสภาวะภาพและสภาวะหน้าไพ่ได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ซึ่งย่อมส่งผลให้การทำนายหรือแปลความจากหน้าไพ่ทำได้ง่ายและแม่นยำมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ว่าแล้วก็ไม่ขอพูดพล่ามทำเพลง เรามาเริ่มต้นปีด้วยประวัติเบาๆ บางส่วนของหน้าไพ่ทาโรต์ The Magician จากสำรับไพ่ Golden Tarot of Klimt ชุดนี้กันเลยครับ ส่วนเรื่องความหมายของสัญลักษณ์แฝงต่างๆในหน้าไพ่ทาโรต์ใบนี้นั้น เราค่อยมาต่อกันในช่วงที่สองของบทความนี้กันนะครับ และต้องขอบอกก่อนด้วยว่าความหมายหรือความรู้สึกบางอย่างต่อหน้าไพ่หรือหน้าภาพที่นำเสนอในบทความ เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวของผมจากข้อมูลที่รวบรวมมา(ทั้งจากวิกิพีเดีย และเว็บไซท์อื่นๆอีกหลายแห่ง)เท่านั้นนะครับ เพราะคุณ Klimt เอง หรือคุณ A.A. Atanassov ที่เป็นผู้รังสรรค์ผลงานเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ในรูปแบบไพ่ทาโรต์นั้น อาจไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกันนี้ก็ได้ครับ ;)


From "Medicine" to "The Magician"

หน้าไพ่ทาโรต์ The Magician
จากสำรับไพ่ Golden Tarot of Klimt
ภาพหน้าไพ่ The Magician ในชุด Golden Tarot of Klimt นี้ คุณ A.A. Atanassov ได้ปรับเปลี่ยนมาจากภาพเทพไฮจีเอีย Hygieia ซึ่งเป็นเพียงองค์ประกอบส่วนล่างของภาพเต็มที่ชื่อว่า Medicine ที่สร้างสรรค์โดยคุณ Gustav Klimt

ภาพ Medicine นี้เป็นภาพลำดับที่สองจากภาพชุดที่ Klimt ที่ได้ออกแสดงผลงานในปี 1901 ภายหลังจากการได้รับมอบหมายให้สร้างสรรค์ภาพชุดนี้ตั้งแต่ปี 1893 เพื่อนำไปประดับตกแต่งแสดงไว้บนเพดานของห้องโถงใหญ่ (Great Hall) ในมหาวิทยาลัยเวียนนา (University of Vienna) ประเทศออสเตรีย ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเรียกชื่อภาพชุดนี้ว่า Klimt University of Vienna Ceiling Paintings หรือบ้างเรียกกันว่า Faculty Paintings .. แต่ทว่าภาพชุดดังกล่าวกลับไม่เคยได้ถูกนำไปติดบนเพดานห้องโถงดังกล่าวเลย ส่วนสาเหตุเป็นเช่นใดนั้นลองค่อยๆติดตามอ่านบทความต่อด้านล่างนี้นะครับ ;)

ภาพเทพ Hygieia กับอารมณ์และ
พลังภาพที่สุดยอดครับ (คลิกเพื่อขยาย)
ภาพวาดในชุดนี้ประกอบไปด้วยผลงานสามชิ้นด้วยกันคือ Philosophy (ปรัชญา), Medicine (แพทยศาสตร์) และ Jurisprudence (หลักนิติศาสตร์) หมายเหตุ ในภาพที่ติดบนเพดานห้องโถงมหาวิทยาลัยเวียนนาชุดนี้ นอกเหนือจากภาพทั้งสามของ Klimt แล้ว ยังมีผลงานที่สร้างสรรค์โดยศิลปินอื่นคือ Franz Matsch อีกสองชิ้น ได้แก่ Theology (เทววิทยา/ศาสนศาสตร์) และภาพบริเวณส่วนกลางของเพดาน "Triumph of Light over Darkness"

ทว่าด้วยความที่ภาพของ Klimt ในชุดนี้(และชุดอื่นๆ)มักประกอบด้วยภาพโป๊เปลือยโดยเฉพาะไม่ใช่แค่หญิงสาวหรือชายหนุ่ม แต่เป็นคนแก่บ้างหรือคนท้องบ้าง ยิ่งเป็นการเปิดประเด็นให้ถูกโจมตีในแง่จารีตประเพณีต่างๆในยุคนั้นพอสมควร นอกจากนี้ยังมีนักวิจารณ์อีกบางส่วนที่ตำหนิในแง่ของสัญลักษณ์และความหมายแฝงของภาพต่างๆเหล่านั้น จากกระแสวิจารณ์ต่างๆทำให้ Klimt ติดต่อขอยกเลิกสัญญาและขอภาพคืนเพื่อนำมารักษาไว้เอง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธไปเพราะถือเป็นสมบัติของรัฐ และต่อมาภาพชุดนี้ได้ถูกย้ายเปลี่ยนมือไปมา จนสุดท้ายตกอยู่ในมือครอบครัวชาวยิวและถูกยึดต่อโดยทหารเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองในที่สุด

ภาพถ่ายเต็มของผลงาน Medicine
โดยมีรูปเทพเจ้า Hygieia เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่
(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)

ภายหลังจากนำมาจัดแสดงในช่วงปี 1943 (ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง) ภาพชุดนี้ได้ถูกนำมาเก็บรักษาไว้ใน Schloss Immendorf ซึ่งเป็นปราสาททางตอนใต้ของประเทศออสเตรีย ทว่าเป็นที่น่าเสียดายที่ภาพชุดดังกล่าวนี้ได้ถูกทำลายลงไปในปี 1945 โดยองค์การ Schutzstaffel ซึ่งเป็นหน่วยทหารกำลังเสริมของกองทัพฮิตเลอร์พรรคนาซี ที่ได้เผาปราสาททิ้งในขณะถอนทัพออกไป เพื่อไม่ให้ผลงานดังกล่าว(รวมถึงสิ่งต่างๆภายในปราสาท)ตกไปอยู่ภายใต้การครอบครองของฝ่ายตรงข้าม เหลือเพียงแค่ภาพถ่ายขาวดำและภาพร่างต้นแบบเพียงบางส่วนของภาพชุด Faculty Paintings ดังกล่าว และความทรงจำของเหล่าผู้คน

สำหรับเพดานห้องโถงใหญ่มหาวิทยาลัยเวียนนา ปัจจุบันนี้ถูกประดับด้วยภาพ Triump of Light ของ Matsch ที่ถูกล้อมรอบด้วยภาพชุดดังกล่าวทั้งสี่ภาพในแบบขาวดำ เพื่อไว้เป็นอนุสรณ์และบทเรียนสำหรับคนรุ่นหลังต่อไป โดย Theology ตัวจริงยังคงเหลือรอดและถูกเก็บรักษาไว้ในห้องคณบดีของ Faculty of Roman Catholic Theology แห่งมหาวิทยาลัยเวียนนา (ที่มา: http://www.univie.ac.at/university/the-main-building-a-historic-centre/?L=2)

ผลงานภาพร่างต้นแบบของ Medicine โดย Klimt ที่พอจะหลงเหลือให้ได้ชมกัน
เล่าประวัติกันให้ฟังเพื่อให้เห็นความโหดร้ายของสงครามครับ ว่าสุดท้ายผู้ที่สูญเสียจริงๆไม่ใช่ฝ่ายชนะหรือฝ่ายแพ้สงคราม แต่กลับเป็นเหล่ามนุษยชาติทั้งมวล T_T ...เดี๋ยวบทความหน้าเราจะมาต่อกันในช่วงท้ายกับเกร็ดความรู้เพิ่มเติมและความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆที่แฝงมาในหน้าไพ่ทาโรต์ The Magician จากสำรับไพ่ชุด Golden Tarot of Klimt ใบนี้กันนะครับ ว่าเราจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำนายและการอ่านไพ่ได้อย่างไรกันบ้าง ;)

เพิ่มเติม อ่านบทความในช่วงที่สองของไพ่ทาโรต์ The Magician รวมถึงข้อมูลบางส่วนของไพ่เมเจอร์ The Chariot และ Judgement จากสำรับไพ่ทาโรต์ Golden Tarot of Klimt ชุดนี้
อ่านเพิ่มเติม »

13 ตุลาคม 2553

39 การวางไพ่: สัมภาษณ์ไพ่ใหม่ (New Deck Interview Spread)

งวดนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศจากการรีวิวสำรับไพ่ทาโรท์ไพ่ยิปซี มาเป็นการนำเสนอรูปแบบการวางไพ่กันบ้างนะครับ ซึ่งคาดว่าการนำเสนอบทความในครั้งต่อๆไปในเว็บบล็อค ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์นี้ คงจะมีรูปแบบการจัดวางไพ่เรียงแบบแปลกๆใหม่ๆอื่นๆ ที่ได้รวบรวมและแปลมาจากคู่มือสำรับไพ่จากหนังสือไพ่ทาโรท์ต่างๆ หรือจากในเว็บไพ่ต่างประเทศ มานำเสนอให้ได้รับชมสลับกันไปกับเกร็ดความรู้อื่นๆ นะครับ (หมายเหตุ อันที่จริงเคยนำเสนอรูปแบบการเรียงไพ่ไปบ้างบางส่วน จากการรีวิวไพ่และคู่มือไพ่ของสำรับไพ่ทาโรท์เซียมซีพุทธ (Tarot Roots of Asia) ในครั้งก่อน ทว่ายังไม่ได้แสดงรายละเอียดหรือรูปแบบการใช้งานอย่างเป็นทางการซักเท่าไหร่นัก)

เพิ่มเติม แนะนำบทความ วิธีวางไพ่ทำนาย 3 ใบ, บทความความหมายไพ่ 3 ใบ แต่ละตำแหน่งไพ่ และแนะนำวิธีอ่านไพ่ แปลไพ่ ตั้งคำถาม เบื้องต้น


เกริ่นนำก่อนการสัมภาษณ์สำรับไพ่ (Introduction before interviewing card decks)

แน่นอนครับว่าเพราะสำรับไพ่พยากรณ์ไม่ใช่คนหรือสัตว์ ที่เราสามารถทำความรู้จักเรียนรู้กันได้ โดยการพูดคุยสัมผัสสื่อสารกันตามปกติธรรมดา เหมาะที่จะพูดคุยปรึกษากันแบบไหน ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร เรื่องอะไรคุยได้คุยไม่ได้ แต่เพราะว่าเป็นไพ่พยากรณ์ ซึ่งย่อมจะไม่สื่อออกมาทางภาษาพูดหรือภาษากายให้เราได้รับรู้กัน แต่สื่อได้ด้วยการสัมผัสใช้งานระหว่างผู้ทำนายและสำรับไพ่

http://www.myartprofile.com/Water-cat
ทว่าที่ผ่านๆมาเราๆท่านๆอาจเรียนรู้ไพ่แต่ละสำรับจากการใช้งานไประยะเวลาหนึ่ง แล้วจึงจะเรียนรู้บุคลิกเฉพาะของไพ่ชุดนั้นๆ (ไพ่มีบุคลิกจริงๆนะเอ๊า ^_^ ... หรือหากจะให้ขยายความในอีกมุมมองหนึ่ง คือความรู้สึกของเราที่มีหรือสะท้อนลงมาบนสำรับไพ่แต่ละสำรับนั้นย่อมแตกต่างกัน) ว่าไพ่ชุดใดเหมาะที่จะใช้กับคำถามแบบใด สถานการณ์แบบใด ลักษณะการให้คำตอบเป็นแบบไหน ดังนั้นหากเราสามารถสัมภาษณ์สอบถามไพ่ตรงๆไปเลย ย่อมสามารถย่นระยะเวลาในการทำความรู้จักกันให้สนิทชิดเชื้อกันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และสามารถพัฒนาการเรียนรู้และปรับปรุงการใช้งานของผู้ทำนายเองกับสำรับไพ่พยากรณ์นั้นๆได้ดียิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

รูปแบบการเรียงไพ่ที่จะนำเสนอนี้เป็นเสมือนการทักทาย ทำความรู้จักกับไพ่สำรับใหม่ๆ ที่เราเพิ่งจะได้มาหรือแม้แต่สำรับเก่าที่เก็บไว้นานแล้ว โดยรูปแบบการเรียงนี้ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องใช้กับสำรับไพ่ทาโรท์เท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนักทำนายต่อสำรับนั้นๆครับ เพราะที่ผ่านๆมาผมเองได้เคยลองใช้กับสำรับไพ่ยิปซีไพ่ออราเคิลอื่นๆ ไปบ้าง อย่างสำรับไพ่ยิปซีทำนายรัก (Love Pack) ที่เคยนำเสนอไป ก็ได้ผลโดยรวมไม่แตกต่างกันนัก

โดยสรุปจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ใช้งานรูปแบบการวางไพ่วิธีนี้มาพอสมควร เห็นว่าการเรียงไพ่พยากรณ์รูปแบบนี้เหมาะสำหรับสถานการณ์ เช่น
  • ไพ่พยากรณ์สำรับใหม่ ที่ได้มาโดยไม่ทันตั้งตัว (ซึ่งมักเป็นอาการที่เกิดบ่อยกับผู้ใช้และ/หรือผู้สะสมไพ่พยากรณ์ ที่ปิ๊งปั๊งและครอบครองไพ่ทันทีเพียงภาพหน้ากล่องหรือในเว็บไซท์ แต่ยังไม่ทันได้ศึกษารายละเอียดของสำรับไพ่ชุดนั้นๆ :P)
  • ไพ่พยากรณ์สำรับใหม่ ที่ก่อนจะได้มาก็ศึกษารายละเอียดมาดีแล้ว ว่าต้องโดนใจทายแม่น แต่พอสัมผัสไพ่หรือใช้งานจริง กลับไม่เป็นอย่างที่คิด เกิดอาการตันมึนตึ้บ ทำนายอะไรไม่ได้
  • ไพ่พยากรณ์สำรับใหม่ ที่เปิดกล่องปุ๊บใช้งานได้ปั๊บ ทายได้แม่น แต่กลับรู้สึกว่าไม่สามารถดึงศักยภาพของไพ่ออกมาได้เต็มที่
  • ไพ่พยากรณ์สำรับเก่า ที่ใช้งานมานาน แต่จู่ๆก็รู้สึกเหมือนทำนายทายทักอะไรได้ไม่แม่น หรืออ่านไพ่ไม่ออกโดยไม่รู้สาเหตุ
  • ไพ่สำรับเก่าหรือไพ่สำรับใหม่ ที่ใช้งานได้เต็มที่ดีแล้ว หรืออ่านไพ่ได้ดีตั้งแต่เริ่มต้น แต่ต้องการพัฒนาการใช้งานระหว่างผู้ทำนายและสำรับไพ่นั้นๆให้ดียิ่งๆขึ้นไปอีก
  • ฯลฯ

ตำแหน่งและความหมายไพ่ ในการวางไพ่เพื่อสัมภาษณ์สำรับไพ่ใหม่ (Positions and their meanings of the New Deck Interview Spread)

การเรียงไพ่วิธีนี้ถูกนำเสนอโดยคุณ FireRaven จากเว็บบอร์ด Aeclectic
http://www.tarotforum.net/showthread.php?t=44573
ใช้ไพ่รวมด้วยกันทั้งหมด 6 ใบ โดยมีรูปแบบการจัดวางลำดับไพ่และตำแหน่งไพ่แต่ละใบดังนี้

****** 5 ****** 6 ******
********** 4 **********
****** 3 ****** 2 ******
********** 1 **********

สำหรับความหมายไพ่ในแต่ละตำแหน่ง ขอแปลแบบแอ๊บๆดังต่อไปนี้ :P

1. Tell me about yourself. What is your most important characteristic?

1. บอกฉันหน่อยซิจ้ะเกี่ยวกับตัวคุณไพ่เอง ว่าอะไรเป็นบุคลิกลักษณะเด่นเฉพาะตัวของคุณไพ่

2. What are your strengths as a deck?

2. ในฐานะสำรับไพ่แล้ว อะไรคือจุดเด่นจุดแข็งของคุณไพ่กันจ้ะ

3. What are your limits as a deck?

3. แล้วมีอะไรบ้างเอ่ย ที่เป็นข้อจำกัดของคุณไพ่

4. What do you bring to the table -- what are you here to teach me?

4. คุณไพ่จ๋า... แล้วคุณไพ่ต้องการนำเสนอหรือสอนอะไรให้กับฉันบ้างเอ่ย

5. How can I best learn from and collaborate with you?

5. แล้วฉันเองล่ะ ควรทำตัวอย่างไรบ้าง จึงจะสามารถเรียนรู้จากคุณไพ่ พร้อมทั้งสามารถร่วมมือกับคุณไพ่ได้อย่างเต็มที่ที่สุด

6. What is the potential outcome of our working relationship?

6. สุดท้ายแล้ว แนวโน้มผลสรุปที่เป็นไปได้จากสัมพันธภาพในการทำงานร่วมกันของเรา จะเป็นเช่นไรกัน

หมายเหตุ คำว่า "ข้อจำกัด" ในที่นี้ (รวมทั้ง “ข้อเด่น”) โดยส่วนตัวแล้วมักไม่ได้แปลความหมายว่าเป็นข้อจำกัดของสำรับไพ่นั้นๆนะครับ แต่จะสื่อถึงว่าเป็นข้อจำกัดของตัวผู้ทำนายเองที่ทำให้ใช้ไพ่สำรับนั้นๆไม่ได้ดีหรือเต็มที่เท่าที่ควรนัก ซึ่งอาจเกิดจากความรู้สึกและอารมณ์ของตัวเราเองที่มีต่อสำรับไพ่นั้น ในช่วง ณ เวลานั้นๆ.. ดังนั้นจึงไม่จำเป็นว่าข้อจำกัดของไพ่สำรับเดียวกัน จะเป็นไปในแบบเดียวกันทั้งหมดกับทุกคนหรือในทุกช่วงเวลา

ตัวอย่างการอ่านไพ่ในการวางไพ่เพื่อสัมภาษณ์ไพ่ (Examples of Tarot Deck Interviews)

ขอชี้แจงสั้นๆก่อนว่าการสัมภาษณ์ไพ่ที่นำเสนอนี้ เป็นความหมายและความรู้สึกระหว่างเจ้าของบล็อกกับสำรับไพ่ตัวอย่างเท่านั้น จัดเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล และความประทับใจส่วนตัวครับ ดังนั้นจึง
  • มิได้หมายความว่าไพ่สำรับตัวอย่างนี้ จะต้องดีหรือร้ายตามหน้าไพ่นั้นๆ ไม่สามารถนำมาตัดสินความแม่นยำหรือความแรงของสำรับไพ่ใดๆได้
  • มิได้หมายความว่าท่านอื่นๆจะรู้สึกกับไพ่ชุดเดียวกันนี้ในแบบเดียวกัน
  • ขณะเดียวกันหน้าไพ่ที่ออกมานี้เป็นความรู้สึก ณ เวลาที่สัมภาษณ์ไพ่เท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปหรือใช้งานไพ่บ่อยขึ้น หน้าไพ่ที่สะท้อนความรู้สึกออกมาย่อมอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ด้วยเช่นกัน
  • โปรดอ่านข้อควรระลึกในการใช้งานรูปแบบการเรียงเพื่อสัมภาษณ์ไพ่ท้ายบทความนี้เพิ่มเติม

บทสัมภาษณ์สำรับไพ่ทาโรท์ชาโดว์สเคปส์ (Interview with the Shadowscapes Tarot)

สำรับไพ่ทาโรท์ชุดนี้เพิ่งออกวางจำหน่ายไปเมื่อประมาณช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา คาดว่าอีกซักพักคงจะได้นำเสนอรีวิวสำรับไพ่ทาโรท์ Shadowscapes ชุดนี้ ให้ได้รับชมกันในเว็บบล็อกดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์ นี้นะครับ แต่ตอนนี้เรามาดูตัวอย่างคร่าวๆของการสัมภาษณ์ไพ่เป็นออเดิร์ฟกันก่อนดีกว่าครับ (หมายเหตุ: เริ่มอ่านบทความรีวิวชุดคู่มือพร้อมสำรับไพ่ทาโรต์ Shadowscapes Tarot ทั้งห้าตอน)

  • Major, Minor and Suits อาจจะด้วยความประทับใจส่วนตัวเป็นพื้นฐาน กับสำรับ Shadowscapes นี้ที่เฝ้ารอและเล็งมานาน แค่เริ่มต้น เปิดหน้าไพ่มา เห็นไพ่ชุด Major ไปแล้วซะ 4 ใบจากไพ่ทั้งหมด 6 ใบนี่ก็น่าสะดุดใจแล้วล่ะครับ
  • ไพ่ตำแหน่งที่หนึ่งและสอง ทั้งบุคลิกเด่นของไพ่ (Characteristic) และจุดแข็ง (Strength) ก็ชัดเจนครับ ทั้ง Magician และ Death (เพราะคงไม่มีอะไรเหมาะสมแสดงตัวตนของนักพยากรณ์หรือตัวสำรับไพ่พยากรณ์ได้ดีเท่าไพ่เมจิคเชี่ยน ยิ่งใบนี้แล้วให้ความรู้สึกในทำนองที่ว่าโดดเด่นไม่แคร์สื่อ) ส่วน Death ในตำแหน่งที่สองนั้น จัดเป็นหนึ่งในใบที่สวยงามและชอบมากในสำรับไพ่ทาโรท์ชุดนี้ครับ ส่วนตัวแล้วจึงถือว่าจุดแข็ง(Strength)ของสำรับนี้ “แรง” ใช้ได้ครับ
  • ขอข้ามไปอ่านไพ่ในตำแหน่งที่ 4 ก่อน คือส่วนสิ่งที่สำรับไพ่นี้นำเสนอให้ ที่ออกมาเป็น 7 of Cups นั้น ส่วนตัวแล้วผมชอบนิยามที่เว็บ Shadowscapes ให้ไว้ โดยเฉพาะคีย์เวิร์ดสุดท้าย 
    • "Indulging in fantasies, having too many options to chose from. Too many desires, some within the realm of reality, others...not so much. Unlimited possibilities." แปลได้ความว่า "ปลดปล่อยตนเองสู่ห้วงภวังค์แห่งจิตนาการ พร้อมสรรพด้วยทางเลือกอันหลากล้น พรั่งพรูด้วยความปรารถนาอันหลากหลาย บ้างล้วนเป็นไปภายในภพแห่งความเป็นจริง บ้างเป็นสิ่งที่พ้นสู่ภพภาวะที่หาใดจริงแท้ไม่ ความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด
    • ยิ่งจากหน้าไพ่ด้วยแล้ว เหมือนชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ไพ่ต้องการนำเสนอนั้น ไม่ใช่เพียงสิ่งที่จับต้องได้ หรือแนวคิดที่ยืนพื้นในครรลองและแบบแผนเดิมๆ แต่ยัง “ชี้” ให้เห็นถึงทางเลือกใหม่ๆที่พ้นจากพื้นฐานเดิมๆออกไป อื่นที่เป็นไปได้ทั้งในโลกจริงและโลกจินตนาการ (แหม.. ก็ดูตัวคุณเธอในรูปซิครับ ปราสาทดีๆมีไม่ไป จะไปปราสาทลอยฟ้า :P)
  • ตำแหน่งที่ 3 และ 5 ตรงนี้ผมขออ่านหน้าไพ่ควบเลยละกัน (ท่านอื่นๆจะอ่านไพ่ไล่ไปทีละใบตามลำดับตำแหน่ง แล้วค่อยอ่านควบโยงไพ่เชื่อมกัน ในภายหลังก็ไม่ผิดแต่อย่างใด) ข้อจำกัด (Limits) สัมพันธ์กับข้อที่ควรปรับปรุง ซึ่งได้ไพ่ The Hanged Man และ The Lovers คือ สมควรใช้เยอะๆ รักให้มากๆ ^_^ ไม่ควรยึดถือกับมุมมองแบบเดิมๆ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรถลำลึกจนลืมแบบแผน 
    • ยิ่งเมื่ออ่านรวมกับ Death ในตำแหน่งที่ 2 อันเป็นจุดเด่นของไพ่แล้ว ก็เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงรื้อทิ้งสิ่งเก่าๆ พัฒนาเติบโตบนเส้นทางใหม่ และเมื่ออ่านรวมกับตำแหน่งที่ 4 ไปอีก คือ 7 of Cups ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น คือควรปลดปล่อยตัวตนไปกับความรู้สึกสัมผัส ความรัญจวนใจ ปล่อยให้อารมณ์โลดแล่นดื่มด่ำลุ่มลึกลงไปสู่โลกแห่งจินตนาการสู่ห้วงแห่งความหฤหรรษ์ ความตื่นตาตื่นใจกับความรู้สึกที่ได้จากสำรับทาโรท์ชุดนี้ 
    • และจากหน้าไพ่ของตำแหน่งที่ 4 และ 5 คือ 7 of Cups + The Lovers ยังสามารถมองเป็นในการพัฒนาปรับปรุงการใช้งานกับไพ่สำรับนี้ สมควรประสานสอดคล้องกัน ระหว่างสองสิ่ง คือโลกจริง และโลกเหนือจริง (โปรดสังเกตมือที่ชี้ไปปราสาทลอยฟ้า ที่ราวกับจะชี้ไปยังไพ่ตำแหน่งที่ 5 The Lovers ยิ่งราวกับจะบอกถึงทิศทางที่ควรดำเนินไปมากยิ่งขึ้น)
  • สุดท้ายแล้วหากสามารถเรียนรู้ปรับปรุงตนได้ ... Page of Swords ไพ่ก็จะเป็นผู้ร่วมงานเป็นผู้ช่วยเหลือ ที่ทั้งอ่อนหวาน อ่อนโยน เอาใจใส่ แต่แฝงไปด้วยความแน่วแน่ เชื่อมั่น ตรงประเด็น และจริงใจครับ (แม้บางกรณีใบ Page of Swords อาจเแปลได้ว่าเป็นข่าวลับข่าวลวง... แต่เมื่อมองบริบทโดยรวมของตัวไพ่เองและไพ่โดยรอบแล้ว เป็นตามแนวทางที่ระบุด้านบน ซึ่งเป็นอีกแนวความหมายหนึ่งของไพ่ใบนี้ครับ) .. รวมทั้งจากภาพหน้าไพ่ดังกล่าว เรายังจะเห็นถึงพัฒนาการจากหงส์ดำที่บินร่อนค่อยๆเปลี่ยนกลายเป็นหงส์ขาว ที่ดูจะเห็นความก้าวหน้าหากเราได้ร่วมใช้งานอย่าง The Lovers ด้วยกันไป

อีกตัวอย่างคร่าวๆในการอ่านไพ่กับสำรับไพ่ทาโรท์โนวา (Interview with the Tarot Nova)

(หมายเหตุ: อ่านบทความรีวิวสำรับไพ่ทาโรต์โนวา (Tarot Nova))

จะเห็นได้เลยว่าแม้สำรับจะดูน่ารักแบบนี้ แต่หน้าไพ่ที่แสดงตัวตนของไพ่ชุดนี้ในตำแหน่งที่ 1 กลับออกมาทำนองว่าไม่ง่ายนักที่จะเรียนรู้ (5 of Pentacles) ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ครับ เพราะ ณ เวลาที่ได้สำรับไพ่ชุดนี้มานั้น ไม่ค่อยคุ้นมากนักกับทั้งหน้าไพ่ ที่ดูเหมือนจะรายละเอียดองค์ประกอบต่างๆน้อย แต่กลับแฝงไปด้วยสัญลักษณ์เล็กๆสอดแทรกอยู่ในรูป ทั้งจักรราศี สัญลักษณ์ดวงดาว หรืออักษรฮิบรูต่างๆ เป็นต้น.. ตลอดจนความน่ารักทั้งความน่าหลงใหลจาก 9 of Pentacles ในตำแหน่งที่ 4 ที่ถูกหยิบยื่นให้โดย Devil ไพ่ในตำแหน่งที่ 3 (The Devil ในหน้าไพ่นี้ไม่ได้ร้ายนะครับ ออกแนวยั่วยวนจนทำให้เขวซะมากกว่า) ที่เมื่อรวมกับตำแหน่งไพ่ที่ 2 คือ 4 of Cups ที่มากล้นจนเกินจะย่อยทัน... แต่หากยอมใช้เวลาหน่อย ค่อยเป็นค่อยไป ผลออกมาคุ้มค่าสมตามปรารถนาจริงๆ (9 of Wands และ 9 of Cups ในตำแหน่งไพ่ที่ 5 และ 6)

จุดที่น่าสังเกตอีกจุดของหน้าไพ่การสัมภาษณ์ Tarot Nova คือ ตำแหน่งสามใบบนสุดเป็นเลข 9 หมดเลย ^_^ ซึ่งตามความหมายของการได้เลข 9 ถึงสามใบในการเรียงไพ่หนึ่งครั้ง คือจะได้ข่าวสำคัญในไม่ช้า และพอมามองย้อนกลับไป ณ เวลานั้น ประจวบกับรูปแบบการเรียงไพ่วิธีนี้แล้ว..ดูจะเป็นไปตามนั้นเลยล่ะครับ เพราะภายหลังจากทำความคุ้นเคยกันได้ไม่นานก็ได้สำรับใหม่ทำนองที่มีสัญลักษณ์ต่างๆพวกนี้ ติดตามมาทันทีอีก 3 สำรับต่อเนื่องภายในเวลาเดือนเดียว (เลยไม่รู้ว่าตกลง 9 ถ้วยตรงบทสรุปนั่น ดีจริงรึเปล่าเนี่ย กรอบเชียว -_-")

หมายเหตุ: ตัวอย่างการอ่านไพ่รูปแบบการสัมภาษณ์ไพ่ด้วยการเรียงแบบนี้ สามารถหาได้ในกูเกิ้ลเลยนะครับ พิมพ์ว่า “New Deck Interview” น่าจะขึ้นมาอีกหลากเว็บไซท์หลายสำรับครับ

การวางใจและข้อควรระลึกในการสัมภาษณ์ไพ่พยากรณ์

    1. การเรียงไพ่เพื่อสัมภาษณ์ไพ่แบบนี้ไม่ใช่เพื่อเปรียบเทียบท้าทายหรือทดสอบพลังไพ่ว่าพลังไพ่ชุดใดสำรับใดดีกว่าสำรับใด และก็ไม่ใช่ทำเพื่อตรวจสอบว่าไพ่ดีหรือไม่ดี ไพ่สำรับใดแรงหรือไม่แรง สมควรจะทิ้งหรือขายต่อแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงผลการทำนายเฉพาะตัวของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้ไพ่และสำรับไพ่ชุดนั้นๆ โดยมีจุดประสงค์หลักคือเพื่อให้ผู้ใช้ไพ่คนนั้นๆ ได้ปรับปรุงพัฒนาการใช้งานไพ่สำรับดังกล่าวนั้นต่อไป เพราะในบางมุมมองของการใช้ไพ่พยากรณ์ การวางใจผิดไปเพียงนิดเดียว อาจจะเข้าข่ายต้องธรณีสารได้ ซึ่งย่อมไม่เป็นผลดีต่อผู้ที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการทำนายการพยากรณ์อย่างเราๆท่านๆที่อ่านกันอยู่นี้ซักเท่าไหร่นัก ตรงจุดนี้ต้องขออนุญาตขยายความนิดนึง;
      • การใช้งานไพ่ที่แตกต่าง เนื่องจากว่าในการใช้งานทำนายไพ่พยากรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะไพ่ทาโรท์ ไพ่ยิปซี หรือไพ่ออราเคิล ผู้ใช้ไพ่พยากรณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (จากที่เคยอ่านตามเว็บบอร์ดและเว็บไซท์ต่างๆ) หลายท่านใช้ในแนวทางที่สื่อกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทำนายไพ่เพื่อเป็นการดูดวง ดูอดีตหรือดูอนาคต บ้างก็มองไพ่เป็นดั่งครู ดั่งที่ปรึกษา หรือดั่งเพื่อนที่พูดคุยกัน ในขณะที่หลายท่านมองการอ่านไพ่ใช้ไพ่เป็นเพียงเครื่องมือสื่อในแนวทางเชิง จิตวิทยา เป็นต้น
        • ไพ่ยุคเก่า VS ไพ่ยุคใหม่ มีสมาชิกท่านหนึ่งของคลับกระดานชนวนบอร์ดพันทิป (คุณ Fluorine) ได้ให้มุมมองไว้น่าสนใจในทำนองว่า ในอดีตนั้นไพ่ทาโรท์ถูกใช้ในแนวทางชี้เป็นชี้ตาย เครื่องหมายและสัญลักษณ์ต่างๆ ทั้งศาสตร์และศิลป์ ถูกจัดวางและเรียบเรียงบนหน้าไพ่ เพื่อให้สื่อเข้าถึงกับตัวนักพยากรณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ทว่าในขณะที่ปัจจุบันสำรับไพ่และศาสตร์พยากรณ์ต่างๆได้ถูกพัฒนาไป ความรู้สึก อารมณ์ และสถานการณ์ทั้งผู้ทำนายและผู้รับคำทำนายล้วนแล้วแต่เปลี่ยนไปตามค่านิยม และสังคมโลก รูปแบบการใช้งานการพยากรณ์หลากหลายมากขึ้น เช่น การให้คำปรึกษา เป็นดั่งกระจกสะท้อนมายังตัวผู้รับคำทำนาย ความหมายและสัญลักษณ์ต่างๆบนหน้าไพ่ได้ถูกปรับเปลี่ยนขึ้นเฉพาะจนไม่เหลือ เค้าของความหมายเดิม .. เมื่อไพ่ถูกพัฒนามาในแนวทางดังกล่าว บทบาทเดิมจึงค่อยๆเลือนไป ทั้งนี้เราไม่ได้ตัดสินว่าการใช้งานรูปแบบใดจะดีหรือด้อยกว่ากัน แต่จุดสำคัญนั้นอยู่ที่ว่าผู้ทำนายมีความประสงค์จะใช้งานไพ่ในรูปแบบใด ที่จะสามารถสื่อเข้ากับตัวผู้ทำนายเองได้มากกว่า พึงปฏิบัติต่อไพ่พยากรณ์ตามแนวทางในรูปแบบนั้นๆด้วยเช่นกัน
          • คุณค่าและอรรถประโยชน์ของไพ่พยากรณ์ อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวแล้วผมขอเสริมว่า ไม่ว่าคุณจะใช้ไพ่พยากรณ์ไปในทิศทางเช่นใด หรือแม้แต่จะมองไพ่พยากรณ์ในมุมมองที่เป็นเพียงเครื่องมือหรืออุปกรณ์ก็ตาม อย่างน้อยอยากจะให้มองไพ่พยากรณ์ในแง่ที่เหมือนหนังสือดีๆเล่มหนึ่งครับ ที่เราควรให้ความเคารพในคุณค่าของหนังสือนั้นๆด้วย คนไทยเรามักจะสอนให้ไม่เดินข้ามหนังสือ ไม่วางหนังสือทิ้งเรี่ยราดในระดับเท้าที่ถือเป็นของต่ำ บางทีถูกสอนให้กราบหนังสือดีๆบางประเภทก่อนเริ่มอ่านด้วยซ้ำ เพราะแม้หนังสือนั้นๆจะเป็นเพียงแค่กระดาษ แต่ก็ถือว่าหนังสือเล่มนั้นๆ มีคุณค่าในตัวเองจากตัวหนังสือที่เรียบเรียงอยู่บนกระดาษนั้น ...และยิ่งเป็นไพ่พยากรณ์ที่ล้วนแล้วแต่อุดมไปด้วยสัญลักษณ์ทางพยากรณ์ ศาสตร์ต่างๆ ด้วยแล้ว ดังคำที่ว่าภาพๆเดียวนั้นแทนคำได้เป็นพันเป็นล้านคำ ตลอดจนการนำเนื้อความดังกล่าวไปใช้ทำนายช่วยบรรเทาทุกข์แก้ปัญหาทั้งตัว บุคคลและสังคมรอบข้าง ด้วยสาเหตุดังกล่าวประโยชน์และคุณค่าในทางพยากรณ์ศาสตร์ของไพ่แต่ละสำรับ ย่อมเกินที่จะกล่าวครับ (แน่นอนครับว่าในแง่อุปกรณ์ ไม่ว่าจะหนังสือหรือไพ่ก็ไม่ต่างอะไรไปจากมีดคมๆเล่มนึง ที่หากใช้ไม่ดีก็เป็นอาวุธ แต่หากใช้ให้ดีย่อมได้ประโยชน์)
          1. ตำแหน่งไพ่ จำนวนไพ่ และการจัดวางไพ่ รูปแบบการเรียงไพ่ที่นำเสนอในบทความนี้เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของแนวทางใน การเรียนรู้สำรับไพ่โดยใช้ไพ่หกใบ (เคยอ่านเจอรูปแบบการเรียงไพ่เพื่อสัมภาษณ์ไพ่แบบอื่น ที่ใช้ไพ่เพียงสามใบ .. ทว่าส่วนตัวแล้วรู้สึกการเรียงสัมภาษณ์ไพ่แบบหกใบนี้ค่อนข้างให้รายละเอียด ที่ลึกซึ้งและครอบคลุมชัดเจนกว่าครับ) .. ทว่าไม่ได้จำกัดว่าการเรียงไพ่เพื่อสัมภาษณ์สำรับไพ่จะต้องอิงตามนี้ทั้งหมด คุณสามารถปรับเปลี่ยนความหมายในบางตำแหน่ง เพิ่มลดตัดทอนจำนวนไพ่ที่ใช้ ประยุกต์ปรับปรุงใช้กับสถานการณ์อื่น หรือพัฒนารูปแบบใหม่ขึ้นมาเฉพาะตัวคุณเอง
          2. สำรับไพ่ตรงหน้าไม่ใช่ไรเดอร์เวท ย้ำตรงนี้อีกครั้งว่า การเรียงไพ่รูปแบบนี้จะใช้แต่ความรู้สึกหรือความหมายเดิมๆที่คุ้นเคยจากหน้าไพ่แบบไรเดอร์เวทเพียงอย่างเดียวคงจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก เพราะอย่าลืมว่าคุณกำลังสัมภาษณ์ไพ่สำรับที่อยู่ตรงหน้าคุณอยู่ ไม่ใช่สัมภาษณ์สำรับไพ่ทาโรท์ไรเดอร์เวท (Rider-Waite-Smith Tarot) หรือสำรับไพ่ทาโรท์ธ็อธ (Thoth Tarot) การอ่านไพ่จึงยังต้องขึ้นอยู่กับภาพหน้าไพ่หรือสัญลักษณ์ต่างๆที่แฝงอยู่ภายในหน้าไพ่ของสำรับนั้นๆจริงๆด้วย
          3. เชื่อมั่นและจริงใจกับความรู้สึกของตัวคุณเอง ที่สำคัญคือความรู้สึกของผู้ทำนายกับสภาวะหน้าไพ่นั้นๆ เพราะบางทีไพ่ใบเดียวกัน แต่ผู้ทำนายผูกพันกับไพ่ใบหนึ่งใบใดของสำรับนั้นๆเป็นพิเศษก็ได้ครับ..  และนี่คือการใช้งานของตัวคุณเองกับไพ่สำรับชุดนั้นๆ ไม่ใช่การใช้งานของบุคคลอื่น ความหมายที่คุณรู้สึกจึงอาจแตกต่างจากความหมายดั้งเดิมหรือความหมายของบุคคลอื่นก็ได้ .. การอ่านไพ่ทำนองนี้ จึงเสมือนเป็นแบบฝึกหัดในการอ่านสภาวะไพ่ได้ด้วยเช่นกัน (Intuitive Reading)
          4. ไพ่เก่าหรือใหม่ ไพ่ยิปซีไพ่ออราเคิลก็ใช้ได้ รูปแบบการเรียงไพ่เพื่อสัมภาษณ์ไพ่นี้ ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าต้องเป็นไพ่ใหม่เท่านั้น คุณสามารถสัมภาษณ์ไพ่สำรับเดิมที่คุณมีอยู่ได้ แม้แต่ไพ่ออราเคิลไพ่ยิปซีบางประเภทก็สามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ได้ด้วยเช่นกัน
          5. ช่วงระยะเวลา เช่นเดียวกันกับการอ่านไพ่พยากรณ์ทั่วไป ไพ่แต่ละสำรับคุณสามารถนำมาสัมภาษณ์กันได้มากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรจะเล่นสัมภาษณ์ไพ่กันทุกวันหรือทุกอาทิตย์.. อาจทิ้งช่วงไว้ระยะเวลาหนึ่ง สามสี่เดือนหรือปีนึง หรือเฉพาะเวลาที่คุณรู้สึกว่าไม่คลิกกันกับไพ่สำรับนั้นๆเหมือนดั่งเดิมเป็นต้น... ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขข้อตกลงเรื่องระยะเวลาและเรื่องอื่นๆ ตลอดจนการวางใจของคุณในการทำนายไพ่แต่ละครั้งด้วย .. ตรงนี้ขอเล่าประสบการณ์ส่วนตัวให้ฟังกันเล่นๆ ครั้งแรกที่ผมลองสัมภาษณ์สำรับไพ่ Golden Tarot ของ Kat Black ไปนั้นหน้าไพ่ออกมาดีมาก แต่พออีกไม่กี่เดือนต่อมาได้ลองสัมภาษณ์อีกครั้ง ผลออกมาโดยรวมก็ดีอยู่ แต่ไม่ดีมากๆเหมือนช่วงแรก ซึ่งสาเหตุนั้นไม่ใช่ว่าใช้งานไม่คล่องนะครับ แต่คาดว่าเพราะเค้าคงรู้ตัวว่ากำลังจะถูกขึ้นหิ้งไว้ก่อน เพราะผมต้องไปทำความคุ้นเคยกับสำรับอื่นๆที่กำลังได้มาใหม่ในช่วงนั้น ..แถมสภาวะหน้าไพ่ยังออกมาทำนองว่า ยังไงก็อย่าลืมกันนะ ฉันยังใช้ได้ดีอยู่เสมอ ยามเธอต้องการ T_T
          6. หากผลการสัมภาษณ์ออกมาไม่ดี หาข้อปรับปรุงไม่ได้เลยจริงๆ ไม่ได้หมายความว่าสำรับนี้ไม่เหมาะกับเรานะครับ เพียงแต่อาจยังไม่ถึงจังหวะเวลาก็ได้.. ไพ่อาจไม่พร้อม หรือเรายังไม่พร้อม ความรู้ยังไม่ดีพอ ยังควบคุมไพ่ไม่ค่อยได้ ดังนั้นอย่าเพิ่งรีบทิ้งหรือรีบยกไปให้ใคร อาจเก็บเข้ากรุไว้ซักพัก ...รออีกซักสองสามเดือน ค่อยมาสัมภาษณ์กันใหม่ครับ (เห็นบางคนเล่าว่าบางสำรับนั้นกว่าจะมาคลิกกันจริงๆก็ผ่านไปหลายปี คือก่อนหน้านั้นใช้งานอ่านไพ่แล้วไม่ได้ดังใจ.. แต่พอเวลาผ่านไปเริ่มคล่องขึ้นเรียนรู้มากขึ้น เมื่อกลับมาใช้สำรับไพ่นั้นใหม่ ..กลายเป็นสำรับประจำตัวไปเลยก็มี) อ่อ.. แต่ก่อนเก็บสำรับไพ่ใดเข้ากรุ หรือภายหลังจากนำสำรับไพ่ออกมาจากกรุแล้ว อาจล้างอะไรร้ายๆที่ติดมากับไพ่ หรือเสริมพลังไพ่ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การอาบแสงจันทร์ อาบกำยาน ธรรมปฏิบัติด้วยสมถะและวิปัสสนา ฯลฯ ดังที่เคยแนะนำไว้ในบทความเสริมพลังไพ่ทำนายนะครับ

          บทส่งท้าย

          การรีวิวไพ่ในเว็บบล็อค ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์ในครั้งต่อๆไป อาจจะมีภาพของการเรียงไพ่ในรูปแบบดังกล่าวประกอบด้วยนะครับ.. ดังนั้นตรงจุดนี้คงต้องขอบอกก่อนว่า ผลการสัมภาษณ์สำรับไพ่ที่แสดงไว้ด้านบนหรือที่จะนำมารีวิวในอนาคต ไม่สามารถนำมาใช้ตัดสินใจซื้อหรือขายสำรับไพ่นั้นแต่อย่างใด ทั้งนี้เนื่องจากผลการสัมภาษณ์สำรับที่ผมมีเกือบทั้งหมดนั้น.. ประทับใจดีเกือบทุกอันครับ

          ซึ่งขออธิบายกำกับไว้อีกนิดนึงด้วยว่าไม่ได้เจตนาจะกล่าวยกตัวหรือกล่าวเกินจริง เพื่อต้องการโฆษณาหรืออวยไพ่สำรับชุดหนึ่งชุดใดนะครับ เพราะ "ดี" ในที่นี้ คือ "ดี" ในมุมมองที่แตกต่างกันไปของไพ่พยากรณ์แต่ละสำรับ (เพราะไพ่แต่ละใบย่อมล้วนแล้วแต่มีดีและเสียด้วยกันทั้งนั้น ดังเคยแสดงในบทความทำนองคล้ายกันนี้ไว้แล้ว ในหัวข้อไพ่กลับหัว) รวมทั้งผมเองก็ต้องพัฒนาตัวเองกับการใช้งานไพ่แต่ละสำรับในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ซึ่งการได้เห็นข้อด้อยของตนเองในการใช้งาน พร้อมรู้จักค้นคว้าหาทางปรับปรุงตัวเองขึ้นได้ ย่อมถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อผู้ทำนายครับ

          ส่วนการนำเสนอรูปแบบการวางไพ่ในครั้งต่อๆไป คงจะไม่ยาวระดับนี้แล้วครับ.. แต่งวดนี้นี่ต้องยาวหน่อย เพราะเน้นในเรื่องการวางใจวางหลักให้ถูกกับการทำนายไพ่พยากรณ์ครับ

          อ่านเพิ่มเติม »

          สั่งซื้อไพ่ทาโรต์ ไพ่ออราเคิล ไพ่ยิปซี จาก Amazon UK หรือ Amazon US