แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Golden Tarot แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Golden Tarot แสดงบทความทั้งหมด

9 มีนาคม 2554

12 อ่านไพ่กลับหัว (How to Read Reversed Tarot Cards)

ถือเป็นบทความขยายจากบทความไพ่ทาโรต์กลับหัวที่เว็บบล็อกดร.เซ่ไพ่พยากรณ์เราได้เคยนำเสนอไปสั้นๆครับ ซึ่งในบทความก่อนเราได้เน้นย้ำไปว่า ในการอ่านไพ่ทาโรต์นั้น ไม่จำเป็นต้องอ่านไพ่กลับหัว และขณะเดียวกันก็ไม่ได้จำกัดด้วยว่าห้ามอ่านไพ่กลับหัวแต่ประการใด และในทำนองเดียวกันสำหรับไพ่พยากรณ์กลุ่มออราเคิลและไพ่ยิปซีแบบอื่นๆ ก็สามารถนำมาใช้งานแบบกลับหัวหรือแปลความหมายไพ่กลับหัวได้ด้วยเช่นกัน แม้ว่าไพ่พยากรณ์กลุ่มนี้โดยส่วนใหญ่แทบจะไม่นิยมนำมาใช้งานแบบกลับหัวเลยก็ตาม ทั้งนี้คงต้องขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ใช้งานเป็นหลัก และในบางครั้งยังอาจต้องขึ้นอยู่กับคุณลักษณะที่เอื้ออำนวยต่อการใช้งานแบบหัวกลับของสำรับไพ่ออราเคิลหรือไพ่ยิปซีชุดนั้นๆ อีกด้วย

หมายเหตุ: แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่อยากแนะนำว่านักพยากรณ์ไพ่มือใหม่ควรเลี่ยงการอ่านไพ่ทาโรต์กลับหัวไว้ก่อนจะดีกว่าครับ เพราะหากแปลไพ่ได้ไม่ขาด ไม่ครบถ้วน หรือเอาแต่อิงตาม Keyword ในตำราหรืออิงตามคู่มือที่แถมมากับสำรับไพ่อย่างเดียว ที่ส่วนใหญ่มักระบุความหมายไพ่กลับหัวไว้ด้วย เผลอๆ จะกลายเป็นว่าพอดูดวงให้ใครหรือทายไพ่อะไรไปออกมาแต่เรื่องเสียๆไปหมด จนพาลจะท้อแท้เลิกใช้ไพ่เอาได้ง่ายๆ อดโอกาสพัฒนาสานต่อความรู้กันพอดีครับ

ในบทความก่อน เราได้ยกตัวอย่างแนวทางหนึ่งในการเรียนรู้ไพ่ทาโรต์กลับหัว ด้วยการเลือกสำรับไพ่ที่ออกแบบมาให้เอื้อต่อการใช้งาน เช่น Revelations Tarot และ Transparent Tarot พร้อมทั้งแนะนำเรื่องการอ่านไพ่กลับหัวจากการอ่านภาพหน้าไพ่กันไปบ้างบางส่วนแล้ว (เพราะการอ่านไพ่กลับหัวหรือแปลไพ่กลับหัวนั้น แทบไม่จำเป็นว่าจะต้องมานั่งไล่จำความหมายไพ่หัวกลับเพิ่มไปอีก 78 ใบ ...ซึ่งปกติแค่หน้าตรงก็ไม่จำเป็นต้องจำอยู่แล้วล่ะครับ) .. ในบทความนี้ เราลองมาอ่านไพ่กลับหัวกันจากภาพอีกที โดยขอเน้นภาพหน้าไพ่จากสำรับไพ่ทาโรต์ปกติธรรมดาทั่วไปกันดูนะครับ ย้ำนิดว่าเนื้อหาในบทความเป็นแค่แนวทางเพื่อนำไปประยุกต์ปรับใช้ และพัฒนาเป็นแนวทางการอ่านไพ่เฉพาะตัวของแต่ละท่านต่อไป ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะจำไปใช้เป็นสูตรตายตัวเป๊ะๆ ว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้เท่านั้น


ขั้นตอนการอ่านไพ่พยากรณ์แบบกลับหัว

ขอเริ่มกันตั้งแต่การทำให้ไพ่กลับหัวกันก่อนเลยครับ ซึ่งไม่ได้มีขั้นตอนหรือวิธีการอะไรยุ่งยาก แค่ลองสรุปมาคร่าวๆ ว่าเราสามารถจัดเรียงไพ่ให้กลับหัวได้ในขั้นตอนใดบ้าง (และสามารถทำในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง หรือเลือกทำทั้งหมดก็ได้)
  • ล้างไพ่ ขั้นตอนนี้ มั่นใจได้ครับ ว่าไพ่ถูกคละกันทั้งหัวและท้ายแน่ ทว่าวิธีการดังกล่าวหลายท่านอาจไม่ชอบใช้เพราะจะทำให้ไพ่เสื่อมสภาพเร็ว จากขอบไพ่และมุมไพ่ที่ชนซ้อนทับกัน ยิ่งหากไพ่เคลือบไม่ดีก็ถลอกลอกได้ง่าย แถมไพ่แต่ละสำรับราคาก็ไม่ใช่น้อยครับ ควรถนอมรักษากันนิดนึงไพ่จะได้อยู่กับเราไปได้นานๆ
  • ไพ่ทาโรต์ใส กลับซ้ายขวาบนล่าง
  • ตัดไพ่เป็นหลายกอง และทำการสลับหัวท้ายกองใดกองหนึ่ง(หรือมากกว่านั้นก็ได้ครับ) โดยบางท่านอาจจะแค่กลับไพ่ประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนไพ่ในสำรับ บ้างก็เพียงหนึ่งในสามหรือหนึ่งในสี่ ทั้งนี้เพียงเพื่อไม่ให้เกิดจำนวนไพ่กลับหัวมากจนเกินไป ด้วยต้องการให้ไพ่ทาโรต์ที่กลับหัวนั้น ได้เน้นเฉพาะบางประเด็นสำคัญๆ ที่ต้องการนำเสนอขึ้นมา.. ขอยกตัวอย่างกรณีพิเศษอย่างไพ่ทาโรต์ Transparent Tarot ซึ่งเป็นหนึ่งในสำรับไพ่ทาโรต์ที่ผมเลือกใช้ในวิธีการอ่านไพ่แบบกลับหัว ในขั้นตอนการล้างไพ่อย่างเดียว จะทำให้กลับไพ่ได้เพียงแค่บนกับล่าง ..แต่กรณีที่ต้องการกลับด้านซ้ายขวาร่วมด้วย ไพ่บางกองที่ตัดออกมา จะจัดการสลับหัวท้ายซ้ายขวากันในขั้นตอนนี้ ;)
  • สับไพ่ เช่นเดียวกับการตัดไพ่ การสับไพ่แบบ over hand ปกติอาจไม่เปลี่ยนด้านบนล่างของไพ่แต่อย่างใด ยกเว้นจะทำการสลับด้านในขณะสับไพ่ครับ ส่วนการสับไพ่แบบ Riffle Shuffle ดูจะทำได้สะดวกและเสียเวลาน้อยกว่า เพราะเราสามารถสลับกลับหัวไพ่ได้ในระหว่างขั้นตอนการแบ่งไพ่เป็นสองกอง ก่อนจะทำการกรีดไพ่รวมเป็นกองเดียวครับ (คลิก บทความเกี่ยวกับการใช้คำศัพท์ สับไพ่ คลี่ไพ่ กรีดไพ่)
  • สัดส่วนจำนวนไพ่กลับหัวในหน้าไพ่
    • ในหนังสือบางเล่มหรือหลายท่านได้เสนอแนวคิดหนึ่งไว้ด้วยว่า หากหน้าไพ่ออกมากลับหัวเกือบหมดเลย (เช่น ทำนายโดยวางไพ่ทาโรต์ 10 ใบ แต่ได้ไพ่กลับหัวไปซะ 8-9 ใบ) อาจต้องรื้อสับไพ่จับไพ่ใหม่กันตั้งแต่ต้นอีกรอบก็มีครับ เพราะถือว่าหน้าไพ่มีแต่พลังด้านลบ หรือหากเทียบเป็นการอ่านไพ่ทาโรต์เป็นเกมส์ไพ่ ก็ถือว่าผู้ดูดึงแต่ไพ่ที่แพ้ออกมาซะตั้งแต่ต้นเกมส์
    • แต่(ตัวโตๆ) หากเข้าใจและวางใจในการอ่านไพ่หัวกลับได้คล่องแล้ว สัดส่วนดังกล่าวแทบไม่มีผลใดๆกับการอ่านไพ่ครับ แถมกลับจะยิ่งน่าท้าทายมากขึ้นไปอีกในการอ่านไพ่พยากรณ์ ;)
    • ทั้งนี้ ไม่ได้จำกัดนะครับ ว่าแต่ละท่านจะเลือกแนวทางแบบใดไปใช้ โดยส่วนตัวแล้ว ในคราวที่ตั้งใจแล้วว่าจะอ่านไพ่กลับหัว จะไม่รื้อทำนายใหม่ ไม่ว่าสัดส่วนไพ่กลับหัวจะเป็นอย่างไร แต่จะถือว่าไพ่แทบทั้งหมดในการเรียงหน้าไพ่ดังกล่าวมีประเด็นหรือมุมมองอย่างใดอย่างหนึ่งให้ต้องพิจารณา

ที่แสดงข้างต้นเป็นการสรุปคร่าวๆ ไม่ได้เน้นพิธีรีตองนะครับ ไม่ได้จำเป็นว่าคุณจะต้องตัดไพ่เป็นจำนวนกองเท่านั้นเท่านี้ หรือจะต้องมาเน้นว่าให้สับเท่าอายุ หรือสับเท่าจำนวนวันเดือนปีอะไร (ส่วนท่านใดจะมีพิธีการหรือแนวทางอะไรเป็นพิเศษ ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดครับ) เพราะส่วนตัวมองว่าสาระสำคัญหรือหัวใจหลักของขั้นตอนเหล่านี้ ย่อมอยู่ที่การได้ใช้โอกาสนี้ในการรวบรวมสมาธิ ความตั้งมั่นของทั้งผู้ดูและผู้ทำนายในขณะตัดไพ่หรือสับไพ่ ไม่ให้ฟุ้งซ่านจนเกินไป (ยิ่งกำลังเดือดร้อนอยู่ใจก็ยิ่งฟุ้งเยอะ :P) รวมถึงในหลักของการใช้ไพ่ ที่ขั้นตอนดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้เกิดความคละกันของไพ่ เกิดความสุ่ม (Random) อย่างเต็มที่ เพราะอย่างกรณีไพ่ติดกัน คลี่ไพ่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้เจ้าชะตาบางคนกลับหันไปเลือกไพ่ที่โผล่มาเด่นกว่า หรือหลบไปเลือกไพ่ที่ติดๆกัน เป็นต้น (แต่หากจะถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการเลือกไพ่ก็ย่อมได้เช่นกันครับ)


ไพ่กลับหัวไม่ใช่ข้อเสียของไพ่

เริ่มด้วยประเด็นสำคัญที่ต้องขอย้ำ เพื่อปรับแก้เรื่องที่คนส่วนใหญ่(โดยเฉพาะมือใหม่)มักเข้าใจผิดกัน ให้ควรเข้าใจตรงกันด้วยว่า "ความหมายไพ่กลับหัว" นั้น เป็นคนละอย่างกันกับ "ข้อเสียของไพ่" นะครับ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่าไพ่กลับหัวจะสื่อถึงข้อเสียของไพ่ทาโรต์ใบนั้นๆไม่ได้นะครับ ทว่าก่อนอื่นคงต้องแยกให้ออกก่อนว่า ข้อเสียไพ่หรือข้อด้อยไพ่ทาโรต์แต่ละใบเป็นอย่างไร แล้วแตกต่างกันกับความหมายไพ่ทาโรต์แบบกลับหัวอย่างไร

ไพ่ The Fool หน้าตรงและกลับหัว
จากสำรับไพ่ทาโรต์ Revelations Tarot
หลายท่านคงได้ยินกันบ่อยๆ ที่ว่าไพ่ทาโรต์ทุกใบนั้นมีดีมีเสียของตัวเองอยู่แล้ว แต่บางครั้งคงเป็นการยากที่จะหาด้านบวกหรือด้านลบจากไพ่บางใบ ทว่าก่อนอื่นเราลองมาเริ่มด้วยตัวอย่างง่ายๆกับไพ่ The Fool จากสำรับไพ่ทาโรต์ Revelations Tarot ที่เอื้อต่อวิธีการอ่านไพ่กลับหัวแบบนี้ก่อนนะครับ ซึ่งเราจะเห็นได้ถึงความร่าเริง แจ่มใส มุมมองต่อโลกในแบบที่ยังเป็นผ้าขาวสดใสไร้มลทิน พร้อมออกผจญภัยตามสไตล์ The Fool เปรียบได้ราวกับเด็กแรกเกิดที่บริสุทธิ์สดใส.. คราวนี้พอเรามามองกลับหัวบ้าง จะเห็นได้ว่า The Fool กลับหัว คนนี้ เกิดอาการลังเล ประหม่า ไม่พร้อมผจญภัย กลัวความผิดพลาด ฯลฯ ส่วนข้อเสียของ The Fool ตามปกติก็คือขาดความระแวดระวัง มองโลกอย่างสดใสไร้มลทินไปเสียหมด และนั่นย่อมหมายความถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการเดินตกเหวในก้าวต่อไปข้างหน้า เป็นต้น ..ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นคนละอย่างกันกับความหมายไพ่กลับหัวนะครับ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ขอยกตัวอย่างประกอบกับกรณีรูปแบบการวางไพ่ ที่มีตำแหน่งไพ่พวกข้อเด่นหรือข้อด้อย ข้อดีข้อเสีย ฯลฯ (ที่เห็นชัดง่ายๆ เช่น การเรียงไพ่สัมภาษณ์ไพ่ที่เราเคยนำเสนอไป ก็อาจจะเป็นข้อด้อยในตำแหน่งที่ 3 เป็นต้น) ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้เราได้ฝึกทำนายไพ่ไปอีกทางหนึ่งด้วย เพราะไพ่ที่ความหมายไพ่ไปในทิศทางดี หากตกตำแหน่งข้อเสียหรือด้านลบแล้ว เราคงไม่ฝืนทายแต่เรื่องดีๆของไพ่กันนะครับ ;)

ไพ่ทาโรต์ Justice จากสำรับไพ่ไรเดอร์เวททาโรต์
สมมติว่า ไพ่ Justice ที่ความหมายไพ่โดยทั่วไปจะเป็นเรื่องการตัดสิน ความยุติธรรม เที่ยงตรง สมดุลย์ ฯลฯ ที่สภาวะโดยรวมๆ ดูน่าจะเป็นไพ่ความหมายกลางๆ ซึ่งหากไพ่ Justice นี้ไปอยู่ในตำแหน่งข้อด้อยหรือจุดอ่อนในรูปแบบการเรียงไพ่สัมภาษณ์ไพ่ใหม่ เราไม่ได้มองว่าสำรับไพ่ชุดนั้นใช้งานทำนายได้ไม่เที่ยงตรง ไม่แม่นยำ ไม่ยุติธรรม เหลาะแหละ ฯลฯ หรือหากเป็นกรณีการเรียงไพ่แบบอื่นก็ไม่ใช่แปลไพ่ได้แค่ว่าสถานการณ์ไม่ยุติธรรม (หมายเหตุ: ความหมายไพ่ที่กล่าวมานี้นั้นพอจะเป็นตัวอย่างของความหมายไพ่ Justice กลับหัว ที่สื่อในแง่ตรงกันข้ามได้บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด)

บรรยากาศภายในศาลไคฟง และเครื่องประหารแบบต่างๆ
แต่ลองนึกถึงบรรยากาศของพวกที่เที่ยงธรรม เที่ยงตรง หรือลองนึกถึงบรรยากาศความรู้สึกในศาลหรือการพิพากษา (นึกถึงศาลไคฟงในละครเปาบุ้นจิ้นก็ได้ครับ ;) จะรู้สึกได้ถึงความเที่ยงธรรม จนเกิดความสะพรึงกลัว ไร้รสชาติมั้ยครับ จืดชืด เป๊ะๆ ไร้อารมณ์ความรู้สึก ขาดความสนุกสนาน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ถูกว่าไปตามถูก ผิดว่าไปตามผิด จริงจังไปหมดทุกเรื่อง ฯลฯ ซึ่งหากถามว่าอาการที่ถูกผิดว่าไปตามนั้นเป๊ะๆ ถามว่าดีมั้ย ก็ดีเหมือนกัน แต่จะเห็นถึงข้อเสียของไพ่ Justice ได้เลยว่า แม้คนที่ไม่ทำผิดก็คงจะอดครั่นคร้ามไม่ได้ และถ้าใบนี้สื่อถึงบุคคลก็อาจจะเป็นบุคลิกที่ขาดความมีชีวิตชีวา ขาดสีสัน ซื่อๆตรงๆ ขาดเสน่ห์และความเร้าใจ ถึงจะดูมาดเข้มเฉียบขาดแต่จะดูแข็งๆทื่อๆ จริงจังแต่อาจขาดเสน่ห์ขาดความขี้เล่นหรือปะเหลาะเอาใจ ฯลฯ หรือในแง่สถานการณ์ที่ธรรมดาๆ ตรงๆทื่อๆ ความรู้สึกความสัมพันธ์กันแบบในที่ทำงานหรือเฉพาะในเชิงธุรกิจ หากจะมีอารมณ์วาบๆ บ้าง ก็คงเย็นไขสันหลังวาบมากกว่าวาบหวิวหรือวาบหวาม ;P


อ่านไพ่ทาโรต์กลับหัวจากภาพ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ พอเห็นภาพกันบ้างมั้ยเอ่ย ว่าข้อเสียของไพ่กับความหมายของไพ่กลับหัวนั้นแตกต่างกันแบบไหน งั้นขอยกตัวอย่างเพิ่มเติมสั้นๆ กับไพ่ทาโรต์ที่ไม่น่าจะมีด้านลบหรือข้อเสียอย่างไพ่เดอะซัน The Sun (ย้ำอีกทีว่าความหมายไพ่ไม่ได้จำกัดเพียงเท่านี้ และยังต้องขึ้นกับตำแหน่งไพ่ ไพ่บริบทอื่นๆ ประเด็นคำถาม ฯลฯ)
  • ความหมายไพ่ทาโรต์ The Sun ทั่วไป จะสื่อถึงความสุข ความสำเร็จ สดใส รุ่งโรจน์ ความเชื่อมั่น การเติบโต วัยเยาว์ ฯลฯ
  • แต่ข้อเสียของไพ่ The Sun ก็แน่นอนครับ อะไรดีๆอย่างเต็มที่ มากแค่ไหนก็ย่อมเฝือได้ ขณะเดียวกันก็สื่อถึงพวกมองโลกในแง่ดีจนเกินไป ตามเหตุตามผลจนเกินไป บางทีดีสุดโต่งจนมองข้ามหัวผู้อื่นก็ยังมี หรือดีจนประมาทเกินไป มัวหลงระเริงในความสว่างสดใสนั้น บ้างเปรียบเหมือนพลุถึงจุดสูงสุดได้ ก็ย่อมลงต่ำเป็นขี้เถ้าได้ ตามหลักโลกธรรมแปดฉันใดฉันนั้น
ไพ่เดอะซันแบบกลับหัว
  • ส่วนการอ่านไพ่ทาโรต์ The Sun กลับหัว
    • เห็นชัดง่ายๆ คือ แทนที่เราจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้น(อยู่ด้านบนของภาพ) เราเห็นพระอาทิตย์ตก(ไปอยู่ด้านล่างของภาพแทน) ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อดวงอาทิตย์ตกไป ก็ย่อมเป็นเวลาของดวงจันทร์ขึ้นมาแทน อันสื่อถึงเรื่องของอารมณ์ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ขาดหลักเหตุและผลไปบ้าง ตามความรู้สึกแบบไพ่ทาโรต์ The Moon (ต้องย้ำนิดว่าอารมณ์คล้ายไพ่ The Moon แต่ไม่เหมือนไพ่ The Moon ซะทีเดียวนะครับ.. มิเช่นนั้นคงจับได้ไพ่ The Moon ไปแทนแล้ว ... และก็ไม่ได้หมายความว่าไพ่ The Sun กลับหัวนี้จะดีกว่าไพ่ The Moon เช่นกัน ต้องขึ้นอยู่กับคำถาม ฯลฯ)
    • หรือภาพ The Sun ที่อยู่ด้านล่าง ยังอาจสื่อได้ถึงดวงอาทิตย์ที่กำลังเพิ่งจะเริ่มขึ้น จากเส้นขอบฟ้า ซึ่งบรรยากาศยังคงสลัว แสงจากดวงอาทิตย์ยังไม่สาดส่องเต็มที่ มองเหตุการณ์หรือเรื่องราวบุคคลต่างๆยังไม่ชัดเจน ยังคงรอจังหวะและเวลาอีกสักพักกว่าจะถึงเวลาที่พลังงานเต็มเปี่ยม
    • องค์ประกอบต่างๆ ของภาพที่อยู่ใต้ดวงอาทิตย์ เมื่อพลิกมาอยู่เหนือดวงอาทิตย์กลับกลายเป็นเสมือนหมอกเมฆที่คลุมปิด ไม่ให้แสงอาทิตย์ลอดผ่านได้ ราวกับจะบอกถึงศักยภาพที่เต็มเปี่ยม ความจริงที่อยู่ตรงหน้า แต่ไม่อาจจะแสดงแสนยานุภาพใดๆให้เห็นได้

คราวนี้ลองมาสำรับไพ่ทาโรต์แบบปกติที่ไม่ใช่ไพ่ทาโรต์ไรเดอร์เวท (Rider-Waite-Smith Tarot) กันดูบ้างครับ ยกตัวอย่าง ไพ่ The Hermit ฤๅษีกลับหัว (Reversed Hermit) จากสำรับไพ่ทาโรต์เคลือบทอง Golden Tarot of Botticelli กันบ้าง ซึ่งเป็นสำรับไพ่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะของอเลสซานโดร บอตติเซลลี (Alessandro Botticelli) (หมายเหตุ: ความหมายคร่าวๆด้านล่างนี้ อ่านจากภาพนะครับ สำรับไพ่ชุดนี้ยังไม่มีและไม่เคยสัมผัสใช้ ดังนั้นอาจผิดเพี้ยนมากขึ้นไปอีกก็ได้ ;P)
  • หน้าตาจะแปลกไปและฤๅษีตนนี้ไม่ได้หิ้วตะเกียงในแบบที่เราคุ้นเคยกันแล้วนะครับ แต่เป็นชายแก่ที่คุกเข่าบริเวณเชิงผาหรือหน้าถ้ำ โดยมีหนังสือวางข้างลำตัวพร้อมกำกระดาษหรือเศษผ้าไว้
ไพ่ทาโรต์ Hermit กลับหัว จาก Golden Tarot of Botticelli
  • ตามรูปในหน้าไพ่แบบกลับหัวพอจะสื่อให้เห็นถึงสถานการณ์ที่อยากเก็บตัวเข้าถ้ำ หรือปล่อยตนเองให้หลุดเข้าไปในถ้ำ เงาที่ดำๆและกอหญ้าจะรู้สึกมืดๆคล้ายถ้ำ ซึ่งเป็นไพ่หน้าตรงเข่าทั้งสองของ Hermit ยังคงติดพื้นอยู่ แต่เมื่อกลับหัวคือขาดสมดุลย์ไป
  • ปกติในหน้าไพ่ Hermit จากสำรับอื่นๆ มักจะมีตะเกียงเป็นตัวจุดนำทาง แต่ในหน้าไพ่ทาโรต์ Botticelli นี้ ตะเกียงที่เราคุ้นเคยกลายเป็นหนังสือ อันเปรียบเหมือนความรู้ความสามารถ ตลอดจนความคิดด้านดีๆ ที่จะคอยนำทาง Hermit ให้ค้นพบสัจธรรม ซึ่งหากถามต่อว่า.. หากเข้าถ้ำมืดๆแบบนั้นไป Hermit จะอ่านหนังสือได้หรือไม่ (แน่นอนครับ คำตอบก็ต้องเป็นว่า "ไม่ได้" หากยังหลงมัวเมาปล่อยให้ความรู้สึกอื่นๆครอบงำ เหมือนนำตัวเองเข้าถ้ำที่หาทางออกไม่เจอ อ่านหนังสือใดๆไม่ได้ แม้จะมีหนังสืออยู่ในมือก็ตาม)
  • เกร็ดความรู้ไพ่ ภาพหน้าไพ่ทาโรต์ Hermit รูปนี้ดัดแปลงจากภาพ Saint Jerome in Penitence (หรือ Saint Jerome in the Desert) โดย Botticelli ครับ ... ซึ่งน่าจะเป็นภาพที่จับประวัติช่วงที่นักบุญท่านนี้ได้เดินทางแสวงบุญในแบบฤๅษีไปยังทะเลทราย Chalcis (แถบประเทศซีเรีย) ที่ทำให้ท่านได้มีเวลาศึกษาและเรียบเรียงงานเขียนหลักคำสอนต่างๆ ทางศาสนาออกมา (หมายเหตุ: Penitence แปลว่าการสารภาพบาปหรือสำนึกผิดครับ)
ภาพวาด St. Jerome in Penitence ดั้งเดิม โดย Botticelli ในช่วงปี 1490-1492
ปัจจุบันผลงานดังกล่าวถูกจัดแสดงที่แกลอรี่ Uffizi เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี

ไพ่ทาโรต์ Page of Pentacles จาก Botticelli Tarot
ของแถมตบท้ายเบาๆ อีกซักใบจากไพ่มหาดเล็กถือเหรียญ หรือ ไพ่เด็กเหรียญกลับหัว (Page of Pentacles) จากสำรับไพ่ทาโรต์ Golden Botticelli Tarot เช่นเดียวกันนี้กันอีกซักใบครับ ใบนี้คงไม่ค่อยแปลกกันมากนักเพราะองค์ประกอบภาพส่วนใหญ่ไม่ค่อยต่างจากไพ่ทาโรต์ไรเดอร์เวทซักเท่าไหร่ ไพ่มหาเด็กเหรียญหน้าตั้งตรงปกติ ก็สื่อได้ถึงบุคคลหรือข่าวสารที่ให้ความสนใจในทางวัตถุเป็นพิเศษ ซึ่งตามรูปหน้าไพ่ที่หน้าตรง เราก็จะเห็นถึงอากัปกิริยาการถือเหรียญที่ถึงขั้นเชิดชูสูงขึ้นเหนือหัว... แต่พอกลับหัวไพ่แล้ว กลับกลายเป็นว่า ความสนใจนั้นกลับกลายเป็นตัวถ่วงที่ดึงรั้งตนเองให้ตกต่ำลงไป หากบุคคลที่สื่อตามหน้าไพ่นั้นไม่ปล่อยเหรียญนั้นให้หลุดมือไป โอกาสลอยสูงขึ้นก็คงยาก มีแต่จมลง จมลงอยู่ในวังวนดังกล่าวลึกไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันยังอาจสื่อถึงบุคคลจำพวกที่เห็นวัตถุสิ่งของสำคัญกว่าอย่างอื่น พวกที่ไม่ค่อยออกตังค์ ตอนไปเที่ยวหรือทานอะไรต้องแชร์กันตลอด ไม่ยอมเสียเปรียบ รวมถึงไม่ค่อยสละเวลาหรือความสุขส่วนตัวให้ผู้อื่น ทั้งนี้ยังอาจรวมถึงประเภท จำพวกที่หว่านพืชเพื่อหวังผล เป็นต้น

ขอฝากประเด็นและเรื่องราวเกี่ยวกับการอ่านไพ่หรือแปลความหมายไพ่ทาโรต์กลับหัวไว้แต่เพียงเท่านี้นะครับ ส่วนพอถึงเวลาทำนายพยากรณ์นั้นจะอ่านไพ่กันแบบไหน หรือโยงกับหน้าไพ่ทาโรต์ใบอื่นๆอย่างไร คงต้องลองทดสอบกันดูครับ ...หรือจะรอติดตามชมเว็บบล็อกเราไปเรื่อยๆ อาจมีจังหวะได้นำมาให้ชมกันครับ ^_^
อ่านเพิ่มเติม »

12 มกราคม 2554

8 The Magician: Golden Tarot of Klimt (2/2)

มาต่อกันในช่วงท้ายของการเจาะประวัติความเป็นมาจากหน้าไพ่ The Magician จากสำรับไพ่ Golden Tarot of Klimt จากสำนักพิมพ์ Lo Scarabeo ในส่วนของเกร็ดความรู้และความหมายสัญลักษณ์ที่แฝงมาบนหน้าไพ่กันนะครับ ท่านที่พลาดบทความในช่วงแรกๆ สามารถตามอ่านได้ตามลิงค์นี้ครับ
ซึ่งเนื้อหาสาระในบทความด้านล่างนี้ คาดว่าคงเป็นประโยชน์ในหลายๆด้านต่อนักทำนายหลายๆท่าน โดยไม่จำเพาะว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีสำรับไพ่ทาโรต์ชุดนี้เท่านั้นครับ เนื่องจากสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการอ่านสัญลักษณ์ที่อาจปรากฏบนหน้าไพ่ทาโรต์ ไพ่ยิปซี หรือไพ่ออราเคิลชุดอื่นๆได้อีกครับ


เกร็ดความรู้และความหมายสัญลักษณ์ไพ่ทาโรต์ The Magician จากสำรับไพ่ทาโรต์ Golden Tarot of Klimt

  • เทพเจ้าไฮจีเอียหรือไฮเจียนี้ (Hygieia บางทีสะกดว่า Hygiea หรือ Hygeia) เป็นหนึ่งในบุตรสาวของแอสคลิเพียส (Asclepius บ้างก็สะกดว่า Asklepios หรือ Aesculapius ) ซึ่งเป็นเทพเจ้ากรีกในด้านการบำบัดรักษาสุขภาพและการแพทย์ (บางตำรารุ่นหลังๆ ยังกล่าวว่าเธอเป็นหนึ่งในภรรยาของ Ascelpius ด้วยซ้ำ) และจึงมีศักดิ์เป็นหลานปู่ของเทพอพอลโล (Apollo) เทพเจ้ากรีกชื่อดังที่เรารู้จักกันดีทั้งในด้านเทพเจ้าแห่งแสง พระอาทิตย์ ด้านปรัชญา ด้านการแพทย์ การทำนาย การพยากรณ์ การดนตรี ฯลฯ และเช่นเดียวกันกับบิดาของเธอ Hygieia เองก็ได้รับการนับถือในแง่เป็นเทพเจ้าในด้านพลังแห่งการรักษา สาธารณสุขและการแพทย์
  • ความแตกต่างระหว่าง Asclepius และ Hygieia คือ Asclepius จะเป็นเทพเจ้าในด้านบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ส่วน Hygieia จะเป็นในแง่ป้องกันก่อนการเกิดโรคและสุขภาพดีอย่างต่อเนื่อง.. และนั่นจึงเป็นรากศัพท์ที่มาของคำว่า Hygiene (อ่านว่า ไฮ-จีน) ที่แปลว่า สุขภาพ, สุขลักษณะ, สุขวิทยา, สุขอนามัยนั่นเอง

Bowl of Hygieia

Bowl of Hygieia
ภาพหรือรูปปั้นของเทพ Hygieia มักถูกนำเสนอพร้อมกันกับงูในลักษณะท่าทางกำลังดื่มของเหลวจากถ้วยอยู่ .. โดยความหมายในเรื่องนี้อาจเป็นได้ทั้ง (ความเห็นส่วนตัวแปลๆปนๆความเห็นเว็บอื่นๆนะครับ)
  • ไฮจีเอียเป็นเพียงผู้ถือถ้วยยาเท่านั้น ส่วนงูเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะดื่มหรือไม่ อันอาจสื่อได้ถึงความใส่ใจและทางเลือกอันอิสระของบุคคลว่าจะใช้ปัญญาตัดสินเลือกวิถีทางแบบใด รวมถึงการอดทน คิดพิจารณาให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจ(ที่จะดื่มหรือไม่)
  • งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานอยู่ตามพื้นดิน สื่อได้กับเหล่าคนตายหรือบรรพบุรุษที่ทับถมกันอยู่นั้น อันยังหมายถึงความรู้ที่สั่งสมกันมานาน การเชื่อมต่อกับงูจึงยังหมายถึงการรับพลังจิตวิญญาณเหล่านั้น มาใช้ในการช่วยเหลือตัดสินใจต่างๆ ขณะเดียวกันยังสื่อได้ถึงการ "ติดดิน" คือสามารถนำไปใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงความคิดเพ้อฝันลมๆแล้งๆ
  • การอยู่ร่วมกันระหว่างไฮจีเอียและงู ยังหมายถึงการอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองและเข้าใจในโลก
  • งูในแง่ของกิเลสตัณหา ที่ไฮเจียคอยจับข่มไว้ โดยที่ถ้วยดังกล่าวไม่ใช่ถ้วยยา แต่เป็นถ้วยที่มีหน้าที่ไว้รองรับพิษงูที่รีดออกมา .. อันสื่อได้ถึงความสามารถในการรีดเค้นปัญญาออกมาใช้งาน รีดขจัดความชั่วร้ายนั้นออกไปให้หมดพิษสง หรือปรับเปลี่ยนสิ่งชั่วร้ายให้กลายเป็นยารักษาวัคซีนป้องกันแก้พิษ
  • การจับงูของไฮเจีย ย่อมต้องหมายถึงความระมัดระวัง การควบคุมดูแลเอาใจใส่ พลังความสามารถ ตลอดจนการใช้สติและสมาธิในการควบคุมที่ต้องเหนือยิ่งกว่างู
  • น้ำที่อยู่ในถ้วยนั้น นอกจากจะสื่อถึงยารักษาหรือพิษที่รีดออกมาแล้ว บางครั้งยังสื่อไปถึงน้ำจากแม่น้ำ Lethe (หรือเรียกว่า Oblivion) ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าแม่น้ำแห่งโลกวิญญาณที่ผู้ดื่มจะลืมเรื่องราวต่างๆในอดีต ก่อนที่จะกลับมาเกิดยังโลกมนุษย์
  • สัญลักษณ์ Bowl of Hygieia มักนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ทางด้านเภสัชกรรม โปรดอย่าสับสนกับภาพงูหนึ่งตัวพันไม้เท้าของเทพ Asclepius ซึ่งมักนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ทางการแพทย์อยู่บ่อยๆ และภาพของงูสองตัวพันไม้เท้ามีปีกที่เรียกว่า Caduceus ซึ่งเป็นไม้เท้าของเทพเฮอร์เมส (Staff of Hermes) ที่สื่อในแง่การค้าขาย นักพนันหรือหัวขโมย แต่บางครั้งสัญลักษณ์ Caduceus นี้ กลับถูกอ้างอิงแบบผิดๆ เป็นสัญลักษณ์ทางการแพทย์ไป
  • เรื่องความหมายของสัญลักษณ์งู ทั้งในความหมายทั่วไปหรือในแง่ของไพ่ทาโรท์ยังมีอีกหลายประเด็นให้นำเสนอ เช่น งูในแง่ของปัญญา งูกับอาดัมและอีฟ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเคยทราบกันดีอยู่แล้ว จึงขอละไว้ในฐานที่เข้าใจนะครับ แต่อย่างไรโอกาสต่อๆไป คงค่อยๆเล่าสอดแทรกไปตามเนื้อหาบทความที่จะนำเสนอในเว็บ ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์ แล้วกันนะครับ ;)


ความหมายและข้อเปรียบเทียบระหว่าง The Magician ใน Golden Tarot of Klimt และ Hygieia จากภาพ Medicine ของ Klimt

หมายเหตุ: ภาพไฮจีเอียโดยคลิมต์แบบชัดๆมีสีสัน สามารถชมได้ในบทความก่อนนี้ (คลิก Hygieia Medicine by Gustav Klimt)
  • เสื้อคลุมสีแดงสดใสที่ The Magician สวมใส่อยู่ สื่อได้ถึงแรงขับภายในของ The Magician คนนี้ พร้อมด้วยลวดลายบนตัวเสื้อ ที่ผลงานเดิมของ Klimt นั้นดูราวกับรากไม้อันสื่อถึงรากเหง้าความรู้จากบรรพบุรุษ คนรุ่นก่อนอันคล้ายกับที่ระบุในสัญลักษณ์งูข้างต้น ซึ่งใน Golden Tarot of Klimt ยังคงบางส่วนไว้ในรูปของลายเถาวัลย์ไม้เลื้อยเป็นต้น
  • หางงูที่ขดม้วนเป็นก้นหอย หรือการร้อยรัดของงูบนท่อนแขนของไฮจีเอีย ยังอาจสื่อได้ถึงปัญญาที่ไม่สิ้นสุด แต่ขณะเดียวกันยังอาจสื่อได้ถึงกิเลสตัณหาที่พัวพันกันอยู่อย่างไม่สิ้นสุดเช่นกัน
  • หัวงูที่จมลงไปในถ้วยในภาพดั้งเดิมของ Klimt ที่พร้อมจะดื่มยาในถ้วย(หรือพร้อมจะถูกรีดพิษลงถ้วยก็ตาม) และหัวงูที่ไม่จมลงไปในชุด Golden Tarot of Klimt ที่ดูเหมือนจะยังรอความพร้อมในการตัดสินใจ
  • รูปแม่น้ำทั้งสองฟาก ถูกตัดออกและปรับเปลี่ยนให้เป็นลายเส้นก้นหอย สามเหลี่ยม รวมทั้งพื้นผิวลวดลายต่างๆ ที่ยังพอจะสามารถคงอารมณ์อันสับสนและหลากหลายของแม่น้ำแห่งชีวิต (River of Life) ในฝั่งซ้ายมือทางด้านหลังของ Hygieia และความโล่งว่างทางขวามือด้านหลังของ Hygieia
  • ประเด็นอื่นๆที่น่าสนใจ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการอ่านภาพและการพยากรณ์ ..คงไม่มีเฉลยหรือเปิดประเด็นให้ยาวนะครับ (จริงๆคือเจ้าของบล็อกขี้เกียจแล้วนั่นเอง :P) แต่ขอฝากไว้ให้ได้พิจารณากัน เช่น ทรงผมของไฮจีเอีย สร้อยคอแบบ Choker และเครื่องประดับอื่นที่ไฮจีเอียสวมใส่ ท่าทางการวางมือของไฮจีเอีย ทำไมต้องเป็นมือซ้ายจับถ้วย ส่วนมือขวาใช้จับงู ทำไมงูจึงต้องพันที่แขนขวา ฯลฯ

The Magician, The Chariot และ Judgement

ข้อวิจารณ์ของภาพ Medicine ของ Klimt ยังจัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นหลักที่น่าสนใจและน่าพิจารณาอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการนำองค์ประกอบของภาพโดยรวมทั้งหมดมาใช้ในการแปลความหมายไพ่ทาโรท์ชุดเมเจอร์ทั้งสามใบดังกล่าว จากสำรับไพ่ Golden Tarot of Klimt ชุดนี้
ภาพถ่ายเต็มของ Medicine
(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)

การจัดวางไพ่ตามผลงาน Medicine
ได้แก่ The Chariot และ Judgement
โดยมีไพ่ The Magician วางด้านล่าง

The Magician

  • Hygieia หันหลังให้กับเหล่ามวลมนุษยชาติ สะท้อนถึงความล้มเหลวทางด้านการแพทย์ ทั้งในด้านการรักษาและการลดอัตราการเสียชีวิต รวมถึงการไม่แยแสต่อการให้ความช่วยเหลือต่างๆ (หมายเหตุ: ตรงนี้ต้องแยกให้ออกกับการวางอุเบกขาตามหลักพุทธนะครับ เพราะสีหน้าของไฮเจียตามภาพนั้นไม่ได้บ่งบอกในแง่การวางใจเป็นกลางอย่างเข้าใจโลกแบบนั้น)
  • สีแดงและสีทองบนชุดของ Hygieia ยังสะท้อนถึงความสนใจในความโดดเด่นเฉพาะตนเอง และสีหน้าที่เชิดหยิ่งที่มองเฉพาะสิ่งที่อยู่เฉพาะหน้าด้วยความเหยียดหยัน

The Chariot and Judgement

  • แม่น้ำแห่งชีวิต (River of Life) ทางด้านหลังทางซ้ายของไฮจีเอีย อันประกอบไปด้วยร่างกายคน(และความตาย..จากรูปโครงกระดูก)ที่เลื่อนไหลไป ซึ่งได้ถูกปรับมาเป็นไพ่ Judgement ในสำรับไพ่ทาโรต์ชุดนี้
  • สัญลักษณ์แห่งการดำรงชีวิตอยู่ ที่แทนโดยภาพหญิงสาวที่มีทารกเกิดใหม่อยู่ปลายเท้าด้านหน้า ซึ่งได้ถูกปรับมาเป็นไพ่ The Chariot โดยตัดรูปเด็กทารกออก ให้หญิงสาวยืนบนรถศึกแทน โดยมือซ้ายถือไม้เท้าชูขึ้นพร้อมเส้นสายที่เหมือนแส้คอยฟาดม้าให้เร่งฝีเท้าเร็วขึ้น และมือขวาที่คุมสายบังเหียนในลักษณะงอแขนพับเข้ามาแนวช่วงไหล่...ในขณะที่หน้าของหญิงสาวเบือนไปในทิศทางตรงกันข้ามกับแม่น้ำแห่งชีวิตนั้น ราวกับรังเกียจสมเพชเวทนาหรืออิดหนาระอาใจกับการเวียนตายเกิดของเหล่าผู้คน ขณะเดียวกันทารกที่ปลายเท้ายังอาจสื่อได้ถึงความไม่แยแสต่อชีวิตที่กำลังเริ่มต้นใหม่ได้อีกด้วยเช่นกัน
  • ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เชื่อมต่อระหว่างสัญลักษณ์ทั้งสอง คือ แม่น้ำแห่งชีวิตและสัญลักษณ์แห่งการดำรงชีวิตอยู่นั้น กลับมีเพียงมือที่ยื่นออกไประหว่างชายหนุ่มและหญิงสาวเท่านั้น อันอาจสื่อถึงความสามารถที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้มีผู้รอดได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
  • จากการนำภาพหญิงสาวที่ยื่นมือในผลงาน Medicine มาปรับใช้เป็นไพ่ The Chariot คงพอจะสื่อให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ การยื่นมือช่วยเหลือ ประกายแสงสว่างที่ทอดทอพาดผ่านดังความหวังที่ถูกชี้นำทางฝั่งซ้ายของหญิงสาว ความกล้าเผชิญกับความกลัวอุปสรรคและปัญหา ฯลฯ
  • ในขณะที่หน้าไพ่ Judgement ที่ถูกปรับมาจากภาพ River of Life ในผลงาน Medicine ดังกล่าวยังสื่อให้เห็นได้ว่าแม้แต่ความตายก็ยังเป็นแค่เพียงอีกหนึ่งเรื่อง ราวที่ร่วมไหลวนเวียนไปในวัฏจักรชีวิตนั้น มีทั้งผู้ยอมรับต่อการตัดสินอย่างเต็มใจ ผู้ที่ได้แต่เคลิ้มฝันไม่สนใจสิ่งเปลี่ยนแปลงใดรอบข้าง ผู้ที่ทนกล้ำกลืนฝืนใจและหวาดผวาเกรงกลัวที่จะเผชิญหน้า ตลอดจนผู้ที่กล้าฝืนชะตากรรมจากคำพิพากษาเหล่านั้น ฯลฯ 
  • หมายเหตุ: ไพ่ทาโรต์เมเจอร์สองใบข้างบนนี้ไม่ได้เจาะรายละเอียดภาพอะไรนะครับ เพราะตามหัวข้อบทความก็เน้นที่ Magician ครับผม ..ทว่าลองดูภาพเปรียบเทียบกับรูปเต็ม คงพอเข้าใจได้ไม่ยากครับ

บทส่งท้าย Medicine & Golden Tarot of Klimt

  • ซึ่งแน่นอนองค์ประกอบภาพและสัญลักษณ์แฝงต่างๆเหล่านี้ ย่อมไม่เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์กรุงเวียนนาที่กำลังอยู่ในยุคเฟื่องฟูจากความสำเร็จในการค้นพบต่างๆในขณะนั้น .. ทั้งนี้ยังไม่นับรวมไปถึงข้อวิจารณ์เรื่องของภาพเปลือยต่างๆในผลงานชุดดังกล่าวอีกด้วย
  • อีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นไปได้ที่ทำให้ Klimt สร้างสรรค์ผลงานชิ้นดังกล่าวในแง่ที่(น่าจะ)สื่อถึงความล้มเหลวทางการแพทย์ อาจเกี่ยวเนื่องกันกับประสบการณ์ส่วนตัวที่พบเห็นน้องสาวและพี่สาวเสียชีวิตตั้งแต่เยาว์วัย รวมทั้งการเสียชีวิตของบิดาและมารดาเนื่องจากขาดการสาธารณสุขที่ดีในสมัยนั้นก็เป็นได้ ทั้งนี้ยังอาจรวมถึงอิทธิพลของศาสตร์ด้านจิตวิทยาโดยซิกมุนด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) นักจิตวิทยาชื่อดังชาวออสเตรีย ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาและสถานที่(คือกรุงเวียนนา)เดียวกันกับ Klimt แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชัดเจนว่าทั้งคู่รู้จักหรือเคยพบกันเลยก็ตาม


เป็นอย่างไรกันบ้างครับ... พอทราบประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ความหมายแฝงของสัญลักษณ์ต่างๆ รวมถึงบริบทรอบๆอื่นๆเช่นนี้แล้ว พอจะแปลความหมายหรือนำไปประยุกต์ใช้กับการทำนายและอ่านภาพหน้าไพ่ของสำรับไพ่ทาโรต์ Golden Tarot of Klimt จาก Lo Scarabeo ชุดนี้ หรือสำรับไพ่ทาโรต์และไพ่ยิปซีชุดอื่นๆ ได้เช่นไรกันบ้างครับ
อ่านเพิ่มเติม »

5 มกราคม 2554

2 The Magician: Golden Tarot of Klimt (1/2)


ก่อนอื่นขอสวัสดีปีใหม่ทุกท่านที่แวะเยี่ยมชมเว็บบล็อก ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์ นะครับ ด้วยบทความนี้ถือเป็นบทความแรกของปีใหม่ ๒๕๕๔ นี้ งั้นเราขอเปลี่ยนบรรยากาศมาเป็นแนวเกร็ดความรู้บนหน้าไพ่กันบ้างครับ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้จำเจซ้ำซาก มีอะไรใหม่ๆ กับเนื้อหาที่ได้รวบรวมขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะสำหรับเว็บดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์นี้เท่านั้นครับ

เริ่มแรกของบทความแนวนี้ขอเปิดตัวด้วยไพ่ทาโรต์ Golden Tarot of Klimt ที่หน้าตาสวยๆแต่แปลกๆ ที่เราได้รีวิวสำรับไพ่กันไปในปีก่อนนะครับ (คลิก Review ไพ่ทาโรต์ Golden Tarot of Klimt) เพราะดังที่ได้เคยเกริ่นไว้ในบทความก่อน ภาพหน้าไพ่ทาโรต์ชุดนี้ค่อนข้างอ่านไพ่ได้ยาก สาเหตุหลักนั้นก็เนื่องจากภาพหน้าไพ่ไม่ได้รับการออกแบบมาโดยตรงเพื่อนำมาใช้เป็นสำรับไพ่ทาโรท์ เพียงแต่นำผลงานของคลิมต์มาดัดแปลงให้เข้ากับความหมายไพ่(ตามแนวไพ่ทาโรต์ไรเดอร์เวท) ซึ่งประเด็นนี้สามารถมองได้ในสองด้านโดย
  • ในแง่หนึ่งนั้น แม้แต่ภาพผลงานศิลปะของคลิมต์เพียงอย่างเดียวล้วนๆ ยังแฝงความหมายและนัยยะลึกๆบางอย่างเข้าไป ยิ่งเมื่อผนวกกับการนำมาประยุกต์ให้เข้ากับความหมายไพ่ทาโรต์อีกด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนกับทำให้ต้องแปลความตีความหมายไพ่ไปสองชั้น 
  • ทว่าในอีกแง่หนึ่งนั้นอาจมองได้ว่าภาพของคลิมต์นั้นสื่ออารมณ์ที่สามารถแปลสภาวะออกมาคล้ายดังสภาวะไพ่นั้นๆได้โดยตรงอยู่แล้ว หากสามารถอ่านภาพหน้าไพ่นั้นๆหรือทราบความหมายภาพดังกล่าวย่อมส่งผลให้แปลความออกมาได้ทันที... แต่ทั้งนี้คงยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า เรายอมรับความถูกต้องในการคัดเลือกรูปภาพมาใช้แทนหน้าไพ่แต่ละใบของผู้สร้างสรรค์ไพ่ชุดนี้ด้วยเช่นกัน (ซึ่งจุดนี้ยิ่งแตกต่างจากสำรับไพ่ที่ศิลปินได้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับการทำนายโดยตรง)

แต่ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุใดก็ตาม การทราบที่มาที่ไปประวัติความเป็นมาของผลงานภาพหน้าไพ่นั้นๆ ย่อมช่วยให้เราได้เข้าใจสภาวะภาพและสภาวะหน้าไพ่ได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ซึ่งย่อมส่งผลให้การทำนายหรือแปลความจากหน้าไพ่ทำได้ง่ายและแม่นยำมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ว่าแล้วก็ไม่ขอพูดพล่ามทำเพลง เรามาเริ่มต้นปีด้วยประวัติเบาๆ บางส่วนของหน้าไพ่ทาโรต์ The Magician จากสำรับไพ่ Golden Tarot of Klimt ชุดนี้กันเลยครับ ส่วนเรื่องความหมายของสัญลักษณ์แฝงต่างๆในหน้าไพ่ทาโรต์ใบนี้นั้น เราค่อยมาต่อกันในช่วงที่สองของบทความนี้กันนะครับ และต้องขอบอกก่อนด้วยว่าความหมายหรือความรู้สึกบางอย่างต่อหน้าไพ่หรือหน้าภาพที่นำเสนอในบทความ เป็นเพียงมุมมองส่วนตัวของผมจากข้อมูลที่รวบรวมมา(ทั้งจากวิกิพีเดีย และเว็บไซท์อื่นๆอีกหลายแห่ง)เท่านั้นนะครับ เพราะคุณ Klimt เอง หรือคุณ A.A. Atanassov ที่เป็นผู้รังสรรค์ผลงานเหล่านี้ขึ้นมาใหม่ในรูปแบบไพ่ทาโรต์นั้น อาจไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกันนี้ก็ได้ครับ ;)


From "Medicine" to "The Magician"

หน้าไพ่ทาโรต์ The Magician
จากสำรับไพ่ Golden Tarot of Klimt
ภาพหน้าไพ่ The Magician ในชุด Golden Tarot of Klimt นี้ คุณ A.A. Atanassov ได้ปรับเปลี่ยนมาจากภาพเทพไฮจีเอีย Hygieia ซึ่งเป็นเพียงองค์ประกอบส่วนล่างของภาพเต็มที่ชื่อว่า Medicine ที่สร้างสรรค์โดยคุณ Gustav Klimt

ภาพ Medicine นี้เป็นภาพลำดับที่สองจากภาพชุดที่ Klimt ที่ได้ออกแสดงผลงานในปี 1901 ภายหลังจากการได้รับมอบหมายให้สร้างสรรค์ภาพชุดนี้ตั้งแต่ปี 1893 เพื่อนำไปประดับตกแต่งแสดงไว้บนเพดานของห้องโถงใหญ่ (Great Hall) ในมหาวิทยาลัยเวียนนา (University of Vienna) ประเทศออสเตรีย ด้วยเหตุดังกล่าวจึงเรียกชื่อภาพชุดนี้ว่า Klimt University of Vienna Ceiling Paintings หรือบ้างเรียกกันว่า Faculty Paintings .. แต่ทว่าภาพชุดดังกล่าวกลับไม่เคยได้ถูกนำไปติดบนเพดานห้องโถงดังกล่าวเลย ส่วนสาเหตุเป็นเช่นใดนั้นลองค่อยๆติดตามอ่านบทความต่อด้านล่างนี้นะครับ ;)

ภาพเทพ Hygieia กับอารมณ์และ
พลังภาพที่สุดยอดครับ (คลิกเพื่อขยาย)
ภาพวาดในชุดนี้ประกอบไปด้วยผลงานสามชิ้นด้วยกันคือ Philosophy (ปรัชญา), Medicine (แพทยศาสตร์) และ Jurisprudence (หลักนิติศาสตร์) หมายเหตุ ในภาพที่ติดบนเพดานห้องโถงมหาวิทยาลัยเวียนนาชุดนี้ นอกเหนือจากภาพทั้งสามของ Klimt แล้ว ยังมีผลงานที่สร้างสรรค์โดยศิลปินอื่นคือ Franz Matsch อีกสองชิ้น ได้แก่ Theology (เทววิทยา/ศาสนศาสตร์) และภาพบริเวณส่วนกลางของเพดาน "Triumph of Light over Darkness"

ทว่าด้วยความที่ภาพของ Klimt ในชุดนี้(และชุดอื่นๆ)มักประกอบด้วยภาพโป๊เปลือยโดยเฉพาะไม่ใช่แค่หญิงสาวหรือชายหนุ่ม แต่เป็นคนแก่บ้างหรือคนท้องบ้าง ยิ่งเป็นการเปิดประเด็นให้ถูกโจมตีในแง่จารีตประเพณีต่างๆในยุคนั้นพอสมควร นอกจากนี้ยังมีนักวิจารณ์อีกบางส่วนที่ตำหนิในแง่ของสัญลักษณ์และความหมายแฝงของภาพต่างๆเหล่านั้น จากกระแสวิจารณ์ต่างๆทำให้ Klimt ติดต่อขอยกเลิกสัญญาและขอภาพคืนเพื่อนำมารักษาไว้เอง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธไปเพราะถือเป็นสมบัติของรัฐ และต่อมาภาพชุดนี้ได้ถูกย้ายเปลี่ยนมือไปมา จนสุดท้ายตกอยู่ในมือครอบครัวชาวยิวและถูกยึดต่อโดยทหารเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองในที่สุด

ภาพถ่ายเต็มของผลงาน Medicine
โดยมีรูปเทพเจ้า Hygieia เป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่
(คลิกที่รูปเพื่อขยาย)

ภายหลังจากนำมาจัดแสดงในช่วงปี 1943 (ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง) ภาพชุดนี้ได้ถูกนำมาเก็บรักษาไว้ใน Schloss Immendorf ซึ่งเป็นปราสาททางตอนใต้ของประเทศออสเตรีย ทว่าเป็นที่น่าเสียดายที่ภาพชุดดังกล่าวนี้ได้ถูกทำลายลงไปในปี 1945 โดยองค์การ Schutzstaffel ซึ่งเป็นหน่วยทหารกำลังเสริมของกองทัพฮิตเลอร์พรรคนาซี ที่ได้เผาปราสาททิ้งในขณะถอนทัพออกไป เพื่อไม่ให้ผลงานดังกล่าว(รวมถึงสิ่งต่างๆภายในปราสาท)ตกไปอยู่ภายใต้การครอบครองของฝ่ายตรงข้าม เหลือเพียงแค่ภาพถ่ายขาวดำและภาพร่างต้นแบบเพียงบางส่วนของภาพชุด Faculty Paintings ดังกล่าว และความทรงจำของเหล่าผู้คน

สำหรับเพดานห้องโถงใหญ่มหาวิทยาลัยเวียนนา ปัจจุบันนี้ถูกประดับด้วยภาพ Triump of Light ของ Matsch ที่ถูกล้อมรอบด้วยภาพชุดดังกล่าวทั้งสี่ภาพในแบบขาวดำ เพื่อไว้เป็นอนุสรณ์และบทเรียนสำหรับคนรุ่นหลังต่อไป โดย Theology ตัวจริงยังคงเหลือรอดและถูกเก็บรักษาไว้ในห้องคณบดีของ Faculty of Roman Catholic Theology แห่งมหาวิทยาลัยเวียนนา (ที่มา: http://www.univie.ac.at/university/the-main-building-a-historic-centre/?L=2)

ผลงานภาพร่างต้นแบบของ Medicine โดย Klimt ที่พอจะหลงเหลือให้ได้ชมกัน
เล่าประวัติกันให้ฟังเพื่อให้เห็นความโหดร้ายของสงครามครับ ว่าสุดท้ายผู้ที่สูญเสียจริงๆไม่ใช่ฝ่ายชนะหรือฝ่ายแพ้สงคราม แต่กลับเป็นเหล่ามนุษยชาติทั้งมวล T_T ...เดี๋ยวบทความหน้าเราจะมาต่อกันในช่วงท้ายกับเกร็ดความรู้เพิ่มเติมและความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆที่แฝงมาในหน้าไพ่ทาโรต์ The Magician จากสำรับไพ่ชุด Golden Tarot of Klimt ใบนี้กันนะครับ ว่าเราจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำนายและการอ่านไพ่ได้อย่างไรกันบ้าง ;)

เพิ่มเติม อ่านบทความในช่วงที่สองของไพ่ทาโรต์ The Magician รวมถึงข้อมูลบางส่วนของไพ่เมเจอร์ The Chariot และ Judgement จากสำรับไพ่ทาโรต์ Golden Tarot of Klimt ชุดนี้
อ่านเพิ่มเติม »

สั่งซื้อไพ่ทาโรต์ ไพ่ออราเคิล ไพ่ยิปซี จาก Amazon UK หรือ Amazon US