แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Chariot แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Chariot แสดงบทความทั้งหมด

14 พฤศจิกายน 2554

2 ไพ่ทาโรต์ผ่านเพลง The Chariot: The Impossible Dream

จากเหตุการณ์อุทกภัยในเมืองไทยครั้งนี้ ขอฝากบทเพลงสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมด้วยไพ่ทาโรต์อัศวินนักรบบนรถศึก เดอะชาริออต The Chariot อันมีความหมายไพ่ที่เป็นข้อคิดคติเตือนใจ ซึ่งจะช่วยนำพาผู้ประสบภัยน้ำท่วมทุกท่านให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้อย่างปลอดภัย

The Chariot พ้นน้ำเหนืออารมณ์ จาก
Shadowscapes Tarot
ที่เราเคยรีวิวไพ่ทาโรต์ชุดนี้กันไปแล้ว
ด้วยความเป็นไพ่ทาโรต์ The Chariot ที่มีคุณสมบัติและอิทธิพลของราศีกรกฎ (Cancer) ธาตุน้ำ (Water Element) ขอให้ทุกท่านมีสติควบคุมจิตใจและอารมณ์ ไม่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล มุ่งมั่นฝ่าฟันพาตนและครอบครัวให้พ้นอุปสรรคต่างๆ โดยไม่ตัดพ้อต่อว่าใดๆ กับเหตุการณ์ กับใคร รอบๆตัว ให้ต้องเป็นมโนกรรม วจีกรรม กายกรรม ต่อเนื่องใดๆในภายภาคหน้าเลย

ขอได้โปรดอย่าเปลืองแรง เสียเวลาพร่ำหวอด หรือกล่าวโทษใครผิดใครถูก แต่ขอให้เปลี่ยนพลังและเวลาที่เสียไปเหล่านั้นมาเป็นพละกำลังที่จะร่วมช่วยเหลือตนและเพื่อนพ้องพี่น้องชาวไทยโดยไม่แบ่งแยกกลุ่มไม่แบ่งแยกสี (อย่างน้อยที่สุดก็รอพ้นช่วงวิกฤติของชาติในครั้งนี้) และขอเพียงอย่าท้อถอยกับอุปสรรคปัญหาใดๆ แล้วเราจะผ่านมันไปได้ครับ ..ด้วยความปรารถนาดีจากเว็บบล็อก ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์


ความฝันอันสูงสุด

ขออัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ "ความฝันอันสูงสุด" โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใส่ทำนองเพลงในปี พ.ศ. 2514 ในคำกลอน "ความฝันอันสูงสุด" ซึ่งเป็นบทกลอนที่ถอดเนื้อความของบทเพลง The Impossible Dream โดยท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุญนาค เมื่อปี พ.ศ. 2512

โดยเวอร์ชั่นที่ได้รับความนิยมและถือว่าให้พลังกำลังใจเป็นอย่างมาก คือ ความฝันอันสูงสุด ที่ขับร้องโดย เรือตรีสันติ ลุนเผ่ นักร้องแนวเพลงปลุกใจ ที่มีชื่อเสียงของไทย (หมายเหตุ: ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)


เนื้อเพลง ความฝันอันสูงสุด

    ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง
      จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
        ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป
          นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง หมายผดุงยุติธรรม์อันสดใส ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่ เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย

                The Impossible Dream

                พร้อมกันนี้ขอฝากบทเพลง The Impossible Dream หรือ The Quest ที่เป็นเพลงประกอบละครเพลง คำร้องโดย Joe Darion ทำนองโดย Mitch Leigh จากเรื่อง Man of La Mancha ที่เริ่มแสดงในปี ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508) Man of La Mancha ถูกดัดแปลงจากละครทีวีที่ไม่ใช่ละครประกอบเพลง ซึ่งออกฉายในปี ค.ศ. 1959 เรื่อง I, Don Quixote ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบทประพันธ์ดั้งเดิมเรื่อง Don Quixote (อ่านตามภาษาสเปนดั้งเดิมว่า ดอน กิโฮเต้) ซึ่งถูกประพันธ์ในปี ค.ศ. 1605 (พ.ศ 2148) โดย มิเกล เดอ เซรบานเตส (Miguel de Cervantes)
                  The Chariot จากสำรับไพ่ทาโรต์
                  Golden Tarot โดย Kat Black
                    Man of La Mancha เป็นเรื่องราวของ มิเกล เดอ เซรบานเตส (ชื่อตัวละครถูกตั้งให้เหมือนกับชื่อผู้ประพันธ์ดั้งเดิม) ผู้เป็นทั้งนักประพันธ์ ทหาร นักแสดง คนเก็บภาษี ที่ถูกจับขังคุกร่วมกับคนรับใช้ผู้แสนจงรักภักดี ในข้อหาไม่จ่ายภาษีโบสถ์จากกฎหมายสเปนในสมัยนั้น และถูกนำมาขังร่วมกับนักโทษคนอื่นๆ ซึ่งเหล่านักโทษได้ตั้งศาลเตี้ยเพื่อจะรุมทึ้งสมบัติต่างๆที่เขาทั้งสองนำมา ทางเซรบานเตสจึงขอสู้คดีด้วยการแสดงละคร โดยได้สวมบทบาทเป็น ดอน กิโฮเต้ อัศวินแห่งลามันช่า (Don Quixote de La Mancha) ผู้ออกผจญภัยร่วมกับคนรับใช้ผู้รับบท ซานโช่ (Sancho Panza) ทหารรับใช้ข้างกาย
                      ส่วนเรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นไร อ่านได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Man_of_La_Mancha หรือบทประพันธ์เดิม http://en.wikipedia.org/wiki/Don_Quixote ส่วนคลิปด้านล่างตัดจากภาพยนตร์ Man of La Mancha ที่ออกฉายในช่วงปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515) แสดงโดย Peter O'Toole (แต่เสียงร้องโดย Simon Gilbert) โดยมี James Coco รับบท Sancho คนรับใช้ และ Sophia Loren รับบทเป็น Aldonza นางเอก(หรือผู้โชคร้าย?)ของเรื่อง .. โดยเป็นช่วงที่ดอนกิโฮเต้อธิบายให้อัลดอนซ่าฟัง ด้วยเพลง The Impossible Dream ถึงเหตุผลที่เขาต้องประพฤติตัวเยี่ยงนี้

                        Lyric: The Impossible Dream (The Quest)

                        To dream the impossible dream,
                        To fight the unbeatable foe,
                        To bear with unbearable sorrow,
                        To run where the brave dare not go,

                        To right the unrightable wrong,
                        To love pure and chaste from afar,
                        To try when your arms are too weary,
                        To reach the unreachable Star,

                        This is my quest, to follow that Star,
                        No matter how hopeless, no matter how far,
                        To fight for the right, without question or pause,
                        To be willing to march into Hell for a Heavenly cause,
                        And I know if I'll only be true to this glorious Quest,
                        That my heart will lie peaceful and calm when I'm laid to my rest.

                        And the world will be better for this,
                        That one man scorned and covered with scars,
                        Still strove with his last ounce of courage,
                        To reach the unreachable Star.
                        อ่านเพิ่มเติม »

                        12 มกราคม 2554

                        8 The Magician: Golden Tarot of Klimt (2/2)

                        มาต่อกันในช่วงท้ายของการเจาะประวัติความเป็นมาจากหน้าไพ่ The Magician จากสำรับไพ่ Golden Tarot of Klimt จากสำนักพิมพ์ Lo Scarabeo ในส่วนของเกร็ดความรู้และความหมายสัญลักษณ์ที่แฝงมาบนหน้าไพ่กันนะครับ ท่านที่พลาดบทความในช่วงแรกๆ สามารถตามอ่านได้ตามลิงค์นี้ครับ
                        ซึ่งเนื้อหาสาระในบทความด้านล่างนี้ คาดว่าคงเป็นประโยชน์ในหลายๆด้านต่อนักทำนายหลายๆท่าน โดยไม่จำเพาะว่าจะต้องเป็นผู้ที่มีสำรับไพ่ทาโรต์ชุดนี้เท่านั้นครับ เนื่องจากสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการอ่านสัญลักษณ์ที่อาจปรากฏบนหน้าไพ่ทาโรต์ ไพ่ยิปซี หรือไพ่ออราเคิลชุดอื่นๆได้อีกครับ


                        เกร็ดความรู้และความหมายสัญลักษณ์ไพ่ทาโรต์ The Magician จากสำรับไพ่ทาโรต์ Golden Tarot of Klimt

                        • เทพเจ้าไฮจีเอียหรือไฮเจียนี้ (Hygieia บางทีสะกดว่า Hygiea หรือ Hygeia) เป็นหนึ่งในบุตรสาวของแอสคลิเพียส (Asclepius บ้างก็สะกดว่า Asklepios หรือ Aesculapius ) ซึ่งเป็นเทพเจ้ากรีกในด้านการบำบัดรักษาสุขภาพและการแพทย์ (บางตำรารุ่นหลังๆ ยังกล่าวว่าเธอเป็นหนึ่งในภรรยาของ Ascelpius ด้วยซ้ำ) และจึงมีศักดิ์เป็นหลานปู่ของเทพอพอลโล (Apollo) เทพเจ้ากรีกชื่อดังที่เรารู้จักกันดีทั้งในด้านเทพเจ้าแห่งแสง พระอาทิตย์ ด้านปรัชญา ด้านการแพทย์ การทำนาย การพยากรณ์ การดนตรี ฯลฯ และเช่นเดียวกันกับบิดาของเธอ Hygieia เองก็ได้รับการนับถือในแง่เป็นเทพเจ้าในด้านพลังแห่งการรักษา สาธารณสุขและการแพทย์
                        • ความแตกต่างระหว่าง Asclepius และ Hygieia คือ Asclepius จะเป็นเทพเจ้าในด้านบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ส่วน Hygieia จะเป็นในแง่ป้องกันก่อนการเกิดโรคและสุขภาพดีอย่างต่อเนื่อง.. และนั่นจึงเป็นรากศัพท์ที่มาของคำว่า Hygiene (อ่านว่า ไฮ-จีน) ที่แปลว่า สุขภาพ, สุขลักษณะ, สุขวิทยา, สุขอนามัยนั่นเอง

                        Bowl of Hygieia

                        Bowl of Hygieia
                        ภาพหรือรูปปั้นของเทพ Hygieia มักถูกนำเสนอพร้อมกันกับงูในลักษณะท่าทางกำลังดื่มของเหลวจากถ้วยอยู่ .. โดยความหมายในเรื่องนี้อาจเป็นได้ทั้ง (ความเห็นส่วนตัวแปลๆปนๆความเห็นเว็บอื่นๆนะครับ)
                        • ไฮจีเอียเป็นเพียงผู้ถือถ้วยยาเท่านั้น ส่วนงูเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะดื่มหรือไม่ อันอาจสื่อได้ถึงความใส่ใจและทางเลือกอันอิสระของบุคคลว่าจะใช้ปัญญาตัดสินเลือกวิถีทางแบบใด รวมถึงการอดทน คิดพิจารณาให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจ(ที่จะดื่มหรือไม่)
                        • งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานอยู่ตามพื้นดิน สื่อได้กับเหล่าคนตายหรือบรรพบุรุษที่ทับถมกันอยู่นั้น อันยังหมายถึงความรู้ที่สั่งสมกันมานาน การเชื่อมต่อกับงูจึงยังหมายถึงการรับพลังจิตวิญญาณเหล่านั้น มาใช้ในการช่วยเหลือตัดสินใจต่างๆ ขณะเดียวกันยังสื่อได้ถึงการ "ติดดิน" คือสามารถนำไปใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงความคิดเพ้อฝันลมๆแล้งๆ
                        • การอยู่ร่วมกันระหว่างไฮจีเอียและงู ยังหมายถึงการอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองและเข้าใจในโลก
                        • งูในแง่ของกิเลสตัณหา ที่ไฮเจียคอยจับข่มไว้ โดยที่ถ้วยดังกล่าวไม่ใช่ถ้วยยา แต่เป็นถ้วยที่มีหน้าที่ไว้รองรับพิษงูที่รีดออกมา .. อันสื่อได้ถึงความสามารถในการรีดเค้นปัญญาออกมาใช้งาน รีดขจัดความชั่วร้ายนั้นออกไปให้หมดพิษสง หรือปรับเปลี่ยนสิ่งชั่วร้ายให้กลายเป็นยารักษาวัคซีนป้องกันแก้พิษ
                        • การจับงูของไฮเจีย ย่อมต้องหมายถึงความระมัดระวัง การควบคุมดูแลเอาใจใส่ พลังความสามารถ ตลอดจนการใช้สติและสมาธิในการควบคุมที่ต้องเหนือยิ่งกว่างู
                        • น้ำที่อยู่ในถ้วยนั้น นอกจากจะสื่อถึงยารักษาหรือพิษที่รีดออกมาแล้ว บางครั้งยังสื่อไปถึงน้ำจากแม่น้ำ Lethe (หรือเรียกว่า Oblivion) ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าแม่น้ำแห่งโลกวิญญาณที่ผู้ดื่มจะลืมเรื่องราวต่างๆในอดีต ก่อนที่จะกลับมาเกิดยังโลกมนุษย์
                        • สัญลักษณ์ Bowl of Hygieia มักนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ทางด้านเภสัชกรรม โปรดอย่าสับสนกับภาพงูหนึ่งตัวพันไม้เท้าของเทพ Asclepius ซึ่งมักนำไปใช้เป็นสัญลักษณ์ทางการแพทย์อยู่บ่อยๆ และภาพของงูสองตัวพันไม้เท้ามีปีกที่เรียกว่า Caduceus ซึ่งเป็นไม้เท้าของเทพเฮอร์เมส (Staff of Hermes) ที่สื่อในแง่การค้าขาย นักพนันหรือหัวขโมย แต่บางครั้งสัญลักษณ์ Caduceus นี้ กลับถูกอ้างอิงแบบผิดๆ เป็นสัญลักษณ์ทางการแพทย์ไป
                        • เรื่องความหมายของสัญลักษณ์งู ทั้งในความหมายทั่วไปหรือในแง่ของไพ่ทาโรท์ยังมีอีกหลายประเด็นให้นำเสนอ เช่น งูในแง่ของปัญญา งูกับอาดัมและอีฟ ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเคยทราบกันดีอยู่แล้ว จึงขอละไว้ในฐานที่เข้าใจนะครับ แต่อย่างไรโอกาสต่อๆไป คงค่อยๆเล่าสอดแทรกไปตามเนื้อหาบทความที่จะนำเสนอในเว็บ ดร.เซ่ ไพ่พยากรณ์ แล้วกันนะครับ ;)


                        ความหมายและข้อเปรียบเทียบระหว่าง The Magician ใน Golden Tarot of Klimt และ Hygieia จากภาพ Medicine ของ Klimt

                        หมายเหตุ: ภาพไฮจีเอียโดยคลิมต์แบบชัดๆมีสีสัน สามารถชมได้ในบทความก่อนนี้ (คลิก Hygieia Medicine by Gustav Klimt)
                        • เสื้อคลุมสีแดงสดใสที่ The Magician สวมใส่อยู่ สื่อได้ถึงแรงขับภายในของ The Magician คนนี้ พร้อมด้วยลวดลายบนตัวเสื้อ ที่ผลงานเดิมของ Klimt นั้นดูราวกับรากไม้อันสื่อถึงรากเหง้าความรู้จากบรรพบุรุษ คนรุ่นก่อนอันคล้ายกับที่ระบุในสัญลักษณ์งูข้างต้น ซึ่งใน Golden Tarot of Klimt ยังคงบางส่วนไว้ในรูปของลายเถาวัลย์ไม้เลื้อยเป็นต้น
                        • หางงูที่ขดม้วนเป็นก้นหอย หรือการร้อยรัดของงูบนท่อนแขนของไฮจีเอีย ยังอาจสื่อได้ถึงปัญญาที่ไม่สิ้นสุด แต่ขณะเดียวกันยังอาจสื่อได้ถึงกิเลสตัณหาที่พัวพันกันอยู่อย่างไม่สิ้นสุดเช่นกัน
                        • หัวงูที่จมลงไปในถ้วยในภาพดั้งเดิมของ Klimt ที่พร้อมจะดื่มยาในถ้วย(หรือพร้อมจะถูกรีดพิษลงถ้วยก็ตาม) และหัวงูที่ไม่จมลงไปในชุด Golden Tarot of Klimt ที่ดูเหมือนจะยังรอความพร้อมในการตัดสินใจ
                        • รูปแม่น้ำทั้งสองฟาก ถูกตัดออกและปรับเปลี่ยนให้เป็นลายเส้นก้นหอย สามเหลี่ยม รวมทั้งพื้นผิวลวดลายต่างๆ ที่ยังพอจะสามารถคงอารมณ์อันสับสนและหลากหลายของแม่น้ำแห่งชีวิต (River of Life) ในฝั่งซ้ายมือทางด้านหลังของ Hygieia และความโล่งว่างทางขวามือด้านหลังของ Hygieia
                        • ประเด็นอื่นๆที่น่าสนใจ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการอ่านภาพและการพยากรณ์ ..คงไม่มีเฉลยหรือเปิดประเด็นให้ยาวนะครับ (จริงๆคือเจ้าของบล็อกขี้เกียจแล้วนั่นเอง :P) แต่ขอฝากไว้ให้ได้พิจารณากัน เช่น ทรงผมของไฮจีเอีย สร้อยคอแบบ Choker และเครื่องประดับอื่นที่ไฮจีเอียสวมใส่ ท่าทางการวางมือของไฮจีเอีย ทำไมต้องเป็นมือซ้ายจับถ้วย ส่วนมือขวาใช้จับงู ทำไมงูจึงต้องพันที่แขนขวา ฯลฯ

                        The Magician, The Chariot และ Judgement

                        ข้อวิจารณ์ของภาพ Medicine ของ Klimt ยังจัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นหลักที่น่าสนใจและน่าพิจารณาอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการนำองค์ประกอบของภาพโดยรวมทั้งหมดมาใช้ในการแปลความหมายไพ่ทาโรท์ชุดเมเจอร์ทั้งสามใบดังกล่าว จากสำรับไพ่ Golden Tarot of Klimt ชุดนี้
                        ภาพถ่ายเต็มของ Medicine
                        (คลิกที่รูปเพื่อขยาย)

                        การจัดวางไพ่ตามผลงาน Medicine
                        ได้แก่ The Chariot และ Judgement
                        โดยมีไพ่ The Magician วางด้านล่าง

                        The Magician

                        • Hygieia หันหลังให้กับเหล่ามวลมนุษยชาติ สะท้อนถึงความล้มเหลวทางด้านการแพทย์ ทั้งในด้านการรักษาและการลดอัตราการเสียชีวิต รวมถึงการไม่แยแสต่อการให้ความช่วยเหลือต่างๆ (หมายเหตุ: ตรงนี้ต้องแยกให้ออกกับการวางอุเบกขาตามหลักพุทธนะครับ เพราะสีหน้าของไฮเจียตามภาพนั้นไม่ได้บ่งบอกในแง่การวางใจเป็นกลางอย่างเข้าใจโลกแบบนั้น)
                        • สีแดงและสีทองบนชุดของ Hygieia ยังสะท้อนถึงความสนใจในความโดดเด่นเฉพาะตนเอง และสีหน้าที่เชิดหยิ่งที่มองเฉพาะสิ่งที่อยู่เฉพาะหน้าด้วยความเหยียดหยัน

                        The Chariot and Judgement

                        • แม่น้ำแห่งชีวิต (River of Life) ทางด้านหลังทางซ้ายของไฮจีเอีย อันประกอบไปด้วยร่างกายคน(และความตาย..จากรูปโครงกระดูก)ที่เลื่อนไหลไป ซึ่งได้ถูกปรับมาเป็นไพ่ Judgement ในสำรับไพ่ทาโรต์ชุดนี้
                        • สัญลักษณ์แห่งการดำรงชีวิตอยู่ ที่แทนโดยภาพหญิงสาวที่มีทารกเกิดใหม่อยู่ปลายเท้าด้านหน้า ซึ่งได้ถูกปรับมาเป็นไพ่ The Chariot โดยตัดรูปเด็กทารกออก ให้หญิงสาวยืนบนรถศึกแทน โดยมือซ้ายถือไม้เท้าชูขึ้นพร้อมเส้นสายที่เหมือนแส้คอยฟาดม้าให้เร่งฝีเท้าเร็วขึ้น และมือขวาที่คุมสายบังเหียนในลักษณะงอแขนพับเข้ามาแนวช่วงไหล่...ในขณะที่หน้าของหญิงสาวเบือนไปในทิศทางตรงกันข้ามกับแม่น้ำแห่งชีวิตนั้น ราวกับรังเกียจสมเพชเวทนาหรืออิดหนาระอาใจกับการเวียนตายเกิดของเหล่าผู้คน ขณะเดียวกันทารกที่ปลายเท้ายังอาจสื่อได้ถึงความไม่แยแสต่อชีวิตที่กำลังเริ่มต้นใหม่ได้อีกด้วยเช่นกัน
                        • ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เชื่อมต่อระหว่างสัญลักษณ์ทั้งสอง คือ แม่น้ำแห่งชีวิตและสัญลักษณ์แห่งการดำรงชีวิตอยู่นั้น กลับมีเพียงมือที่ยื่นออกไประหว่างชายหนุ่มและหญิงสาวเท่านั้น อันอาจสื่อถึงความสามารถที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้มีผู้รอดได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
                        • จากการนำภาพหญิงสาวที่ยื่นมือในผลงาน Medicine มาปรับใช้เป็นไพ่ The Chariot คงพอจะสื่อให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ การยื่นมือช่วยเหลือ ประกายแสงสว่างที่ทอดทอพาดผ่านดังความหวังที่ถูกชี้นำทางฝั่งซ้ายของหญิงสาว ความกล้าเผชิญกับความกลัวอุปสรรคและปัญหา ฯลฯ
                        • ในขณะที่หน้าไพ่ Judgement ที่ถูกปรับมาจากภาพ River of Life ในผลงาน Medicine ดังกล่าวยังสื่อให้เห็นได้ว่าแม้แต่ความตายก็ยังเป็นแค่เพียงอีกหนึ่งเรื่อง ราวที่ร่วมไหลวนเวียนไปในวัฏจักรชีวิตนั้น มีทั้งผู้ยอมรับต่อการตัดสินอย่างเต็มใจ ผู้ที่ได้แต่เคลิ้มฝันไม่สนใจสิ่งเปลี่ยนแปลงใดรอบข้าง ผู้ที่ทนกล้ำกลืนฝืนใจและหวาดผวาเกรงกลัวที่จะเผชิญหน้า ตลอดจนผู้ที่กล้าฝืนชะตากรรมจากคำพิพากษาเหล่านั้น ฯลฯ 
                        • หมายเหตุ: ไพ่ทาโรต์เมเจอร์สองใบข้างบนนี้ไม่ได้เจาะรายละเอียดภาพอะไรนะครับ เพราะตามหัวข้อบทความก็เน้นที่ Magician ครับผม ..ทว่าลองดูภาพเปรียบเทียบกับรูปเต็ม คงพอเข้าใจได้ไม่ยากครับ

                        บทส่งท้าย Medicine & Golden Tarot of Klimt

                        • ซึ่งแน่นอนองค์ประกอบภาพและสัญลักษณ์แฝงต่างๆเหล่านี้ ย่อมไม่เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์กรุงเวียนนาที่กำลังอยู่ในยุคเฟื่องฟูจากความสำเร็จในการค้นพบต่างๆในขณะนั้น .. ทั้งนี้ยังไม่นับรวมไปถึงข้อวิจารณ์เรื่องของภาพเปลือยต่างๆในผลงานชุดดังกล่าวอีกด้วย
                        • อีกหนึ่งสาเหตุที่เป็นไปได้ที่ทำให้ Klimt สร้างสรรค์ผลงานชิ้นดังกล่าวในแง่ที่(น่าจะ)สื่อถึงความล้มเหลวทางการแพทย์ อาจเกี่ยวเนื่องกันกับประสบการณ์ส่วนตัวที่พบเห็นน้องสาวและพี่สาวเสียชีวิตตั้งแต่เยาว์วัย รวมทั้งการเสียชีวิตของบิดาและมารดาเนื่องจากขาดการสาธารณสุขที่ดีในสมัยนั้นก็เป็นได้ ทั้งนี้ยังอาจรวมถึงอิทธิพลของศาสตร์ด้านจิตวิทยาโดยซิกมุนด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) นักจิตวิทยาชื่อดังชาวออสเตรีย ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาและสถานที่(คือกรุงเวียนนา)เดียวกันกับ Klimt แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชัดเจนว่าทั้งคู่รู้จักหรือเคยพบกันเลยก็ตาม


                        เป็นอย่างไรกันบ้างครับ... พอทราบประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ความหมายแฝงของสัญลักษณ์ต่างๆ รวมถึงบริบทรอบๆอื่นๆเช่นนี้แล้ว พอจะแปลความหมายหรือนำไปประยุกต์ใช้กับการทำนายและอ่านภาพหน้าไพ่ของสำรับไพ่ทาโรต์ Golden Tarot of Klimt จาก Lo Scarabeo ชุดนี้ หรือสำรับไพ่ทาโรต์และไพ่ยิปซีชุดอื่นๆ ได้เช่นไรกันบ้างครับ
                        อ่านเพิ่มเติม »

                        สั่งซื้อไพ่ทาโรต์ ไพ่ออราเคิล ไพ่ยิปซี จาก Amazon UK หรือ Amazon US